ทวี ช่วย ‘กมลศักดิ์’ หาเสียงนราธิวาส ย้ำต้องเปลี่ยนเป็นสีขาว ปราบยาเสพติด ชี้ไทยถูกประจาน ‘เมืองหลวงยาไอซ์’ จี้ยึดทรัพย์ล้างอิทธิพล

วันที่ 4 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สนามฟุตบอลจำปากอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรมว.ยุติธรรม ขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร สส.เขต 5 นราธิวาส เบอร์ 1 โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก

พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ว่าปัจจุบันพี่น้องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่นจำนวนมาก ทั้งในมาเลเซีย (เครือข่ายร้านต้มยำกุ้ง) กรุงเทพฯ ภูเก็ต และกระบี่ เนื่องจากเศรษฐกิจในพื้นที่ซบเซาอย่างหนัก

“นราธิวาสกลายเป็นจังหวัดที่ประชากรมีรายได้น้อยที่สุดและยากจนที่สุดในประเทศ ทั้งที่รัฐทุ่มงบประมาณลงไปมหาศาล แต่กลับไปเน้นเรื่องความมั่นคงของรัฐ มากกว่าความมั่นคงของประชาชน” หัวหน้าพรรคประชาชาติระบุ

พ.ต.อ.ทวี ยังเปิดเผยถึงข้อมูลจากการพูดคุยกับหัวหน้าสันติบาลรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยแสดงความกังวลเรื่องแนวคิดการสร้างกำแพงกั้น ระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เหินห่างและความไม่ไว้วางใจต่อกัน พร้อมเปรียบเทียบกับปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศเมื่อมีการปราบปราม

ทวี

ทวี ช่วย ‘กมลศักดิ์’หาเสียงนราฯ กู้ศักดิ์ศรีคนใต้ ลุยปราบยา จี้ยึดทรัพย์ล้างอิทธิพล

พ.ต.อ.ทวี กล่าวถึงกรณีทางการมาเลเซียอ้างว่าพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ เป็นแหล่งแพร่ระบาดและเป็น “เมืองหลวงของยาไอซ์” ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายและยอมรับไม่ได้ที่คนนราธิวาสถูกประจานเช่นนี้ โดยย้ำว่ายาเสพติดเหล่านี้ไม่ได้ผลิตในไทย แต่ไหลมาจากสามเหลี่ยมทองคำผ่านกลุ่มอิทธิพลที่เห็นแก่ตัว

จากการที่มาเลเซียเข้มงวดและมีแนวคิดสร้างรั้วกั้นพรมแดนเพื่อป้องกันยาเสพติดและของเถื่อน ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อย่างรุนแรงใน 2 มิติ คือ เศรษฐกิจท้องถิ่น การค้าขายในโก-ลก และตากใบซบเซาลง เพราะคนมาเลเซียเข้ามาซื้อของลำบากขึ้น และ วิถีชีวิต ลูกหลานไม่สามารถเดินทางข้ามฝั่งเพื่อไปเรียนหนังสือหรือใช้ชีวิตตามปกติเหมือนที่เคยปฏิบัติกันมานับร้อยปี

พ.ต.อ.ทวี ประกาศว่าหากพรรคประชาชาติได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่คืนมา ผ่านมาตรการหลัก โดยการเปิดยุทธการกวาดล้าง จับกุมและยึดทรัพย์ นักค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง

มุ่งเปลี่ยนชายแดนให้เป็นพื้นที่สีขา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดึงอำนาจการบริหารเศรษฐกิจปากท้องกลับมาอยู่ในมือคนในพื้นที่ เพื่อลดการอพยพแรงงาน และ เจรจาระดับทวิภาคี พูดคุยกับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อระงับการสร้างกำแพง โดยยืนยันว่าไทยจะจัดการกลุ่มอิทธิพลมืดและการค้ามนุษย์ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านต้องหวาดระแวงจนต้องปิดกั้นพรมแดน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน