พริษฐ์ ตกใจหลัง ‘แสวง’ บอกหากไม่มั่นใจก็อย่าไปใช้สิทธิ์ เหน็บควรรู้ตัวและปรับปรุงการทำงาน หลังชาวเน็ตผุดคำใหม่ “อย่ามาแหวง” มองเป็นความโกรธของประชาชน ชวนกาเห็นชอบปฏิรูปองค์กรอิสระครั้งใหญ่
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ก.พ.2569 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ระบุจะทำหน้าที่รณรงค์การจัดทำประชามติว่า ที่ผ่านมาเราเห็นหลายปัญหามากในการทำหน้าที่ของ กกต.
ซึ่งกกต.มีหน้าที่หลักคือ การคุ้มครองและอำนวยการใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติของประชาชน แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาการลงทะเบียนกระชั้นชิด มีหลายปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า
ตนรู้สึกตกใจ ที่เมื่อเช้า นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ให้สัมภาษณ์ว่า “หากประชาชนไม่มั่นใจในกรรมการ ก็อย่าไปเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นคำพูดที่น่าตกใจสำหรับคนที่มีหน้าที่หลักในการรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในทางกลับกัน หากประชาชนไม่มั่นใจในกกต.ชุดนี้ ยิ่งต้องออกมาใช้สิทธิ์ และกาเห็นชอบทำประชามติ เพื่อให้เรามีกลไกปฏิรูปกกต. ให้ทำงานตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนให้ดีกว่านี้
เมื่อถามว่ากกต.ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่การพูดลักษณะนี้ เป็นการขัดขวางการลงประชามติด้วยตัวกกต.เองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นคำพูดที่ไม่ควรได้ยิน จากผู้บริหารที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์
ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 หากประชาชนเห็นว่า กกต.ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สามารถเข้าชื่อเพื่อถอนออกได้ ตอนนี้เราเห็นปรากฏการณ์การแชร์โพสต์ของไอลอว์ กว่า1 ล้านครั้ง หากเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ เปลี่ยนจาก 1 ล้านแชร์ เป็น 1 ล้านรายชื่อ จะสามารถถอดถอนกกต.ได้กว่า 50 ครั้ง
สะท้อนถึงความโกรธของคนจำนวนมาก ต่อการทำหน้าที่ของกกต. หากเราอยากเห็นการทำงานของกกต.ที่ดีขึ้น ยิ่งต้องการเห็นชอบ เพื่อเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้องค์กรอิสระ เป็นอิสระจากประชาชน มีช่องทางให้ตรวจสอบ
ส่วนที่นายแสวง ให้สัมภาษณ์ระบุการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จะไม่ผิดพลาดเหมือนกับการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะไม่มีการจ่าหน้าซองแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายไปแล้ว หวังว่ากกต. จะทำงานเชิงรุก ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว
สำหรับวันที่ 8 ก.พ.69 กกต.ต้องทำหน้าที่เต็มที่ และอยากเชิญชวนประชาชนมาตรวจสอบการทำงานของกกต. เริ่มต้นจากกรณีที่มี WeWatch ร่วมมือกับทราฟฟี่ฟองดูว์ เป็นช่องทางร้องเรียนสำหรับประชาชน หากเห็นปัญหาความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า กกต.มีหน้าที่หลักในการคุ้มครองสิทธิ์และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้ไปเลือกตั้ง จึงขอให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบตรงนี้เยอะๆ เพราะวันเลือกตั้งเป็นวันที่อำนาจของประชาชนอยู่ในจุดที่สูงที่สุด เป็นโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศ ไม่อยากให้สิทธิ์หนึ่งเสียงของใครสูญเสียไป เพราะการปฎิบัติหน้าที่ที่บกพร่องของกกต.
ส่วนที่กกต. มีมติส่งศาลฎีกาถอดถอน 28 ผู้สมัคร สส. เนื่องจากตรวจสอบพบว่าอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุการไม่ไปใช้สิทธิ์ ซึ่งหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบในกรณีนี้ด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นทั้ง 28 รายชื่อ เชื่อว่าทีมกฎหมายของพรรค พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เชื่อมั่นว่าทุกสิ่งที่เราดำเนินการมา เป็นไปตามกรอบตามกฏหมาย หากมีอะไรที่ติดขัด เราก็พร้อมรับมือ
ส่วนที่โซเชียลวิจารณ์การทำงานของ กกต. จนมีคำว่า‘อย่ามาแหวง’ นายพริษฐ์ มองว่า เป็นความโกรธของประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ประชาชนอยากเห็นการปฏิรูปการทำงานกกต.ครั้งใหญ่ มีที่มาของกกต.ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ 8 ก.พ.ขอให้ไปกาเห็นชอบเพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ประชาชนใช้คำว่า อย่ามาแหวง แทนคำว่าอย่ามาแถ หรืออย่ามาแก้ตัว นายพริษฐ์ ระบุว่า ถ้าตนเป็นนายแสวง คงจะต้องรู้ตัวแล้ว คงต้องปรับปรุงการทำงาน