”ฉัตริน” โต้ ”ศุภจี” E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงานไม่ใช่ 22 หน่วยงาน ย้ำเป็นรูปเป็นร่างสมัยรบ.เพื่อไทย ชี้ “ศุภจี” จะเคลมผลงานขายข้าวก็ไม่ว่า แต่เรื่องนี้ต้องขอแจง
6 ก.พ. 69 – นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงถึงการแสดงวิสัยท้ศน์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ถึง Digital Government ว่า

ข้อมูลเรื่อง E-document ของนางศุภจีคลาดเคลื่อนไปมาก ซึ่งเรื่องนี้พูดกันมา 10 ปี แต่ได้ดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างอย่างจริงจังในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย
ซึ่งตนได้อยู่ในห้องประชุมร่วมกันกับ นายประเสริฐ จัทรรวงทอง อดีตรองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เพื่อวางรากฐานเรื่องดังกล่าว
ยืนยันว่า E-Document ของหน่วยงานส่วนกลางที่ดำเนินการไปแล้ว มีตัวเลขจริงคือ 67 หน่วยงาน ไม่ใช่ 22 หน่วยงานตามที่นางศุภจีระบุ และยังมีผู้ใช้ 94,000 ราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 5,673 แห่ง มีผู้ใช้กว่า 150,000 แสนราย
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำในเวลาแค่ปีเศษ นี่คือก้าวของคนทำงานเป็น ซึ่งงานวางรากฐานเราทำไว้แล้ว ใครจะมาทำต่อตนยินดี แต่การเอาผลงานคนอื่นไปเคลมแล้วดิสเครดิตกันแบบนี้ ไม่ควรทำ
นายฉัตริน กล่าวว่า ฝากนางศุภจีตรวจสอบด้วยว่า มีคนบ่นให้ฟังว่า รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนใหม่ ไม่ยอมเซ็นลงนามระบบ E-doc แต่ต้องสั่งปริ้นต์มาเซ็นมือและให้เจ้าหน้าที่คีย์ในระบบว่าจริงหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึง Super App เพื่อรวบรวม Government Service ทุกอย่างมาไว้ที่เดียวกันบนเวทีการแสดงวิสัทัศน์นั้น เรื่องดังกล่าวพรรคเพื่อไทยต่อสู้มาตลอด เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความสะดวกกับประชาชนแล้ว ระบบนี้ยังจะทำให้เกิดความโปร่งใส และเจ้าหน้าที่ ที่คิดจะเก็บค่าส่วยตอนให้บริการ หรือออกใบอนุญาตต่างๆ ก็จะทำได้ยากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ทีมงานเราต้องไปคุยกับหน่วยงานภาครัฐเกือบทุกหน่วยงาน บางคนจะยอมปล่อยมือเรื่องนี้ยากเหลือเกิน จนในที่สุดก็ทำสำเร็จ และมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.68
ตั้งแต่ เราออกมา ก็ไม่ทราบว่า โครงการนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่ถ้าพรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้ทำงานอีก พรรคเพื่อไทยทำต่อแน่นอน (https://prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/395082)
นายฉัตริน กล่าวต่อว่า ส่วนการรวบรวมฐานข้อมูล Cloud กลาง เพื่อให้จัดซื้อจัดจ้างได้ประหยัดมากขึ้น และเกิดการรวบรวมข้อมูลที่จะนำมาใช้ AI วิเคราะห์เพื่อเอามาบริหารประเทศ และปราบคอรัปชั่นนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยก็ได้ทำ Cloud First Policy ออกมา ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการ Digital Government แล้ว
ถึงขนาดมีคำสั่งคณะรัฐมนตรีให้ระงับการสร้าง Server ใหม่ และระงับการจัดซื้อจัดจ้าง Cloud แบบต่างคนต่างทำ แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทยออกมาจากการเป็นรัฐบาล ก็ทราบว่าเรื่องดังกล่าวพับไปเรียบร้อยแล้ว
“เรื่อง Digital Government และเรื่องใช้เทคโนโลยีมาปราบโกง ใครก็พูดได้ แต่เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้ทำกันจริงจังไปแล้ว บางเรื่องสำเร็จไปบางส่วน บางเรื่องโดนเตะตัดขาเสียก่อน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับเข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำต่อทันที
เพราะฉะนั้นที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พูดว่าเราทำได้ทันที เป็นเรื่องจริง จริงๆ แล้วอะไรที่เป็นเรื่องดีสำหรับประเทศ ใครทำต่อก็เป็นเรื่องดี ตอนที่นางศุภจี ออกมาเคลมเรื่องขายข้าว เรื่อง FTA-EFTA เรื่อง FDI 1.3 ล้านล้าน ผมก็เฉยๆ แต่เรื่องนี้ในฐานะคนทำงาน ผมต้องขอชี้แจง” นายฉัตริน กล่าว
พรรคเพื่อไทย – https://www.ptp.or.th/