เอกนิติ เปิดใจทิ้งชีวิตก้าวหน้าทางราชการ เพราะห่วงประเทศ ลั่นคนไทยรู้และพูด แต่ไม่ค่อยมีคนทำ ขออาสาพาชาติพ้นวิกฤต คาดดัน “ไตรมาส 4“ ฉุดศก.ไทยจากตกหล่ม 0.3% ขึ้นมา 1.8%
เมื่อเวลา 18.05 น. วันที่ 6 ก.พ.2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยใหญ่ ว่าไม่คิดว่าจะมาอยู่ในเวทีการเมือง เหตุผลที่ตนทิ้งชีวิตราชการที่เหลืออีก 6 ปี ทิ้งความมั่นคง และโอกาสในการเป็นปลัดกระทรวงการคลัง ตนเจอคุณแม่ และบอกว่าตนเป็นห่วงประเทศ เลยตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ตนห่วงประเทศจะเจอวิกฤตอีกครั้ง ตนเคยผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง เห็นตนตกงาน ธุรกิจเจ๊ง เห็นเพื่อนต้องเลิกเรียนหนังสือ เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกไม่ได้ คนไทยรู้ และก็พูด แต่ไม่ค่อยมีคนออกมาทำ
ตนถึงอาสาออกมามาทำ ถ้ามีแต่คนพูดไม่มีคนออกมาทำ ประเทศไทยจะเจอวิกฤตแน่ๆ สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ มีคำเตือนจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของโลก 3 แห่ง เคยเตือนเราว่าเสถียรภาพคลังของไทยเป็นลบถึงขั้นห่วยแตก โอกาสเจอวิกฤตสูงมาก ตนถึงทำทุกอย่างใน 73 วันแรกที่ตนเข้ามาเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่ทำคือขอคืนหนี้ธกส. ซึ่งไม่เคยมีใครคืนมาเป็นเวลาหลายปี ทำแผนความยั่งยืนทางการคลังเพื่อบอกว่าไทยจะไม่ห่วยเหมือนที่เขาคิด ตนเริ่มทำงาน 30 ก.ย.2568 ตนขอนายกฯว่า เขาเอาเงินที่เหลือมาคืนหนี้ในอดีต ต่อมาวันที่ 13 พ.ย.68 บริษัทS&P ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยมาอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ ดังนั้น ตนไม่เสียใจเลยที่ทำให้ไทยรอดพ้นจากวิกฤต
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า แต่ไม่ใช่แค่นั้น ประเทศไทยเปรียบเหมือนรถยนต์ที่กำลังจะติดหล่ม สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกมาบอกว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยจะติดหล่มในไตรมาสที่4 โตเพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์ มันคือทุกข์ของชาวบ้าน ตนจึงขอนายกฯทำโครงการคนละครึ่งพลัส โครงการเที่ยวดีมีคืน เที่ยวเมืองรอง และโครงการเร่งเบิกจ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินภาครัฐ สิ่งต่างๆเหล่านี้ไตรมาสที่ 4 ที่เคยมองว่าจะโตแค่ 0.3 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้กระทรวงการคลังคาดการณ์ออกมาแล้วว่า ไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะโตได้ 1.8 เปอร์เซ็นต์ เราจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าชาวบ้าน เขาจะมีรายได้ในกระเป๋าตังค์มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้ตนไม่เสียใจที่ลาออกจากราชการ
นอกจากนี้ ยังมีโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ โครงการเอ็สเอ็มอีช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ตนให้กรมสรรพากรคืนเงินให้เอ็สเอ็มอีได้ 60,000 ล้านบาท ในไตรมาส 4 เม็ดเงินที่หมุนทั้งหมด ตนไม่ได้ก่อหนี้สักบาทเดียว เป็นเม็ดงบฯที่เขาอนุมัติอยู่แล้ว แต่ตนนำมาใช้จ่ายให้ตรงเป้าทำโครงการหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้หลายรอบ ตนทำทุกอย่างบนการรักษาวินัยการเงินการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำประชานิยม เพราะถ้าทำเมื่อไหร่ มันคือการก่อหนี้แล้วทิ้งภาระให้ลูกหลาน เราต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ ใช้เงินภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ตนขอเสียงผ่านไปยังทุกพรรคการเมืองว่า อย่าทำเลยประชานิยม และตนดีใจที่ยกเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มได้
“แต่ผมยังไม่สบายใจ ยังมีความทุกข์อยู่ ต่างชาติบอกว่าไทยจะเป็นคนป่วยใหม่แห่งเอเชีย ผมรับไม่ได้ แต่ผมนำธุรกิจไทยที่กำลังอยู่ในไอซียูเอาออกมาจากไอซียู แต่ยังไม่สบายใจ เพราะเราจะให้คนป่วยเขากลับมาแข็งแกร่ง แล้วแข่งขันกับเวทีโลกอย่างไร ทำอย่างไรเราจะเอารถขึ้นจากหล่ม ผมจึงอาสาขอทำต่อ ผมได้มีโอกาสนำทีมภาคเอกชนเป็นทีมไทยแลนด์ เราพาธุรกิจไทย รัฐบาลไทยไปอยู่บนเวทีโลกที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ สิ่งที่ผมเห็นคือโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมเห็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจ ผมเห็นนายกรัฐมนตรีประเทศหนึ่ง ใช้อำนาจทุกอย่างดึงคนมาเป็นพวก แล้วไทยจะอยู่ตรงไหน เราถึงต้องหาพันธมิตร ผมถึงนำทีมไทยแลนด์ไปเจรจาให้อยู่บนโต๊ะเจรจาบนเวทีโลก ผมดีใจที่ดึงนักลงทุนเข้ามา คำพูดที่ทรงพลังที่สุดที่ดาวอสสะเทือนมาถึงดาวคะนอง เขาบอกว่าถ้าคุณไม่อยู่เจรจาบนโต๊ะอาหารในเวทีโลก คุณจะกลายเป็นอาหารให้เขากิน อย่างน้อยผมพิสูจน์ให้เห็นว่า73วันที่ทำงาน ผมได้นำทีมไปอยู่บนเวทีเจรจาบนโต๊ะอาหาร เรานำทีมไปดึงการลงทุนไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท เราต้องช่วยพัฒนาทักษะคนไทยด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ“ นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันตน และทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ได้ทำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่จะทำให้คนป่วยกลับมาแข็งแรง ยา 5 เม็ดสำคัญแรกที่จะทำให้คนไทยรวยขึ้น คือ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเกษตร ใช้อิเล็คทรอนิกส์ผลักดันสินค้าประเทศไทย เศรษฐกิจสีเขียวพลังงานสะอาด การใช้ AI พลัสสอนคนไทยใช้ AI ฟรี ส่วนยาเม็ดสุดท้าย ต้องทำให้การลงทุนประเทศไทยอนุมัติได้ไวขึ้นไม่มีกั๊ก
ปีที่แล้วการลงทุนประเทศไทย 1.8 ล้านล้านบาทที่มาขอส่งเสริมการลงทุน โตขึ้น 63 เปอร์เซ็นต์ ส่วนยาอีก 5 เม็ด ตนจะทำให้คนไทยได้รับรายได้อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่รวยกระจุกจนกระจาย ด้วยการ เพิ่มเงินคนตัวเล็กตัวน้อยด้วยการสอนทักษะขายของออนไลน์ สร้างรายได้ ไม่ต้องมารอคอยความหวัง โครงการชุมชนพลัสให้งานไปหาชุมชน โครงการเพิ่มโอกาสธุรกิจเอ็มเอ็มอีไทย อย่าให้ต่างชาติมาเอาเปรียบ โครงการผู้สูงวัยพลัส ฝึกให้เขาใช้เอไอเพื่อที่จะได้สร้างรายได้ ไม่ต้องเป็นภาระลูกหลาน การเปิดโอกาสให้เข้าถึงยารักษาโรคได้สะดวกขึ้น เป็นต้น
”นโยบายเศรษฐกิจ10 พลัส ยา 10 เม็ดของผม ต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ เติบโตเต็มศักยภาพ บนพื้นฐานของการมีวินัยการเงินการคลัง วันนี้รถไฟขบวนสุดท้ายกำลังมา ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของประเทศไทย ข่าวคนป่วยแห่งเอเชีย วันนี้ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำให้เขาเป็นคนแข็งแกร่งแห่งเอเชียที่ยืนได้บนขาตัวเอง เราอาจจะตกหล่น ผมจึงขอโอกาสมาทำต่อ ทำไมผมถึงมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยให้โอกาสผมทำงานให้ประชาชนและประเทศไทย คนทำได้ ทำเป็น ตั้งใจจริงเพื่อประเทศมีอยู่น้อย ผมขออาสามาทำงานตรงนี้ ผมทำงานมา 73 วันถ้ากลับด้านก็ 37 ผมขอเสียงให้เลือกเบอร์ 37 ด้วย ผมสัญญาว่าจะทำเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย ด้วยเกียรติของเอกนิติ“ นายเอกนิติ กล่าว