ธีระ มือกฎหมาย ปชน. บี้กกต.แจงปมพิรุธ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กางข้อกฎหมาย เชื่อซ้ำรอยปี 49 ไม่ก้าวล่วง กกต.โดนอาญาด้วยหรือไม่ รอฟังคำวินิจฉัย ยัน ปชน.พร้อมสู้เลือกตั้งใหม่ หากเป็นโมฆะ

เวลา 11.00 น. วันที่ 23 ก.พ.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวทางการรองรับกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ว่า ในเรื่องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ

เราต้องรอดูเพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ น่าจะเป็นประเด็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ และหากเป็นเช่นนั้นจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อปี 2549 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำการเพิกถอนการเลือกตั้ง

ฉะนั้น ประเมินว่า ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ จะมีปัญหาเรื่องความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทางพรรคดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าจะเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ ถ้าเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดและให้จัดเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนก็มีความพร้อมในฐานะพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครเข้าสนามการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

เมื่อถามว่าหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาหลังจาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว จะขัดข้อกฎหมายหรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเพิกถอนการเลือกตั้ง และบังคับให้จัดเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่มี จะต้องจัดเลือกตั้งใหม่โดยไม่จำเป็นต้องไปตรากฤษฎีกาใหม่

ส่วนที่ กกต. ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย หากการเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ ถ้าศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จากเหตุการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาของกกต. เรื่องจะไปที่ศาลยุติธรรม ส่วนศาลยุติธรรมจะตัดสินอย่างไร เราก็ตอบไม่ได้ ว่าการจัดการเลือกตั้งอาจเกิดปัญหา เพราะความตั้งใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

ถ้าเราเห็นว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้ง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.จะต้องรับผิดทางอาญาเสมอไป มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะ 2 ศาลนี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะในคดีอาญาจะต้อง แสดงเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือทุจริตต่อการเลือกตั้ง ฉะนั้น ยังไม่ได้ว่า กกต.จะต้องรับผิดหรือไม่ แล้วแต่ศาลยุติธรรมที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างไร

นายธีระ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่เรามี พบว่ามีปัญหาตั้งแต่ตอนนับคะแนน รวมคะแนนและประกาศคะแนน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนที่มีหน้าที่ดูแล ส่วน กกต. ก็เป็นอีกกรณี ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับหรือไม่ ดังนั้น ความรับผิดในชั้นกกต. และเลขาธิการกกต. และในชั้นของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้งแต่ละหน่วย ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

แม้การจัดตั้งอาจมีปัญหาเรื่องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่กกต. จะต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่ อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลยุติธรรม ผมไม่ขอก้าวล่วง แต่พรรคเห็นว่ากกต. อาจจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ควรรับผิดทางกฎหมายในทางอาญา แต่ในทางปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จะพบว่ามีบางกรณี ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และฟ้องไปที่ศาลอาญา กลับพบว่าไม่มีเจตนาให้ร่วมรับผิดทางอาญา

“ดังนั้น พรรคจึงเห็นว่ากกต. ควรรับผิดทางอาญา แต่ศาลจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาลเราทำหน้าที่ของเราตรวจสอบการทำหน้าที่ของกกต. ในการจัดการเลือกตั้ง”นายธีระกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน