สว. ประชุมลับ โหวต 2 กกต.ใหม่ “หมอเปรม” ขอชะลอลงมติ หวั่นวิกฤตศรัทธา “นันทนา” จี้สืบความใกล้ชิดพรรคการเมือง หลังพบอยู่ในแวดวง ก.คมนาคม
เมื่อ เวลา 10.45 น. วันที่ 26 ก.พ. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มีนายกมล รอดคล้าย สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ และนำเสนอรายงานลับให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาก่อนลงมติ
ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่การประชุมลับ ได้เปิดโอกาสให้ สว. ได้อภิปรายแสดงความเห็นในส่วนที่เปิดเผยได้ โดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. อภิปรายขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาทบทวนการลงมติเห็นชอบ กกต. คนใหม่ หลังจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีปัญหาต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งหลายประเด็น
โดยเฉพาะปัญหาบัตรเขย่ง ความโปร่งใสในการนับคะแนนที่มีปัญหา รวมถึง กกต. มีการสื่อสารที่สะท้อนถึงทัศนคติที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจและไม่ไว้วางใจ จนกระทบต่อความศรัทธาของกกต.
“ความเชื่อมั่น กกต. มีเพียง 20% ต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง บอกให้ทบทวนบทบาทและโครงสร้าง หากสว.เลือกบุคคลเข้าไปเพิ่มอีก อาจทำให้ซ้ำเติมปัญหา อีกทั้งอาจถูกมองว่าไม่รับผิดชอบ ทำกระบวนการตรวจสอบอ่อนแอ
แม้ สว.จะลงคะแนนตัดสิน แต่ผมมองว่าควรมีข้อเสนอเชิงวิชาการให้ กกต. ปรับปรุง รวมถึงเพิ่มการตรวจสอบ ถอดถอนได้หากเกิดความผิดพลาดบกพร่องที่ร้ายแรง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไม่ต้องการ กกต. ที่ครบองค์ประชุม แต่ต้องการความโปร่งใส ความรับผิดชอบและความเชื่อถือ ขอให้ กกต. ตอบคำถามที่คาใจของประชาชน ทั้งนี้ ความชอบธรรมของการเลือกตั้งคือรากฐานมั่นคงของประเทศ หากเลือกตั้งดี มีกกต.ดี จะได้รัฐบาลดี แต่หากกกต.มีปัญหา เลือกตั้งมีปัญหา รัฐบาลจะมีปัญหา
ทั้งนี้ อย่าให้ความรีบร้อนกลายเป็นรอยร้าวระยะยาว อย่าให้องค์ประชุมตามกฎหมายต้องแลกกับความไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนมองว่าประเทศอยู่ได้ด้วยกฎหมาย แต่ประชาธิปไตยอยู่ได้ด้วยความศรัทธา
ขณะที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ตั้งคำถามกับคณะกมธ.ตรวจสอบประวัติ กกต.ว่า ได้ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่ถูกสรรหามาเป็น กกต.หรือไม่ เพราะบุคคลทั้ง 2 อยู่ในแวดวงของกระทรวงคมนาคม และตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดคุณสมบัติ ในมาตรา 9 (4) ว่าให้เลือกบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
นอกจากนั้นต้องเข้าใจในภารกิจของ กกต. ไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ดังนั้นได้ตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวด้วยหรือไม่
“การจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.จัดเลือกตั้งไม่เรียบร้อย จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุด ดังนั้น ขอเรียกร้องจิตสำนึก สว. ให้เคารพต่อประชาชน อย่าทำลายเกียรติของสว.ด้วยการดึงดันลงมติเลือก กกต.ใหม่ และขอให้ สว.พิสูจน์ตนเองให้สิ้นสงสัย จากนี้จะไม่ขอสังฆกรรมต่อการเลือกกรรมการองค์กรอิสระใดๆ อีก” น.ส.นันทนา กล่าว
ขณะที่ สว.กลุ่มสีน้ำเงิน อาทิ นายชินโชติ แสงสังข์ สว. อภิปรายแย้งว่า การกล่าวหา 138 สว.คดีฮั้วเลือกสว. ยังเป็นแค่ข้อกล่าวหา ต้องสอบสวน สืบสวน และรอคำสั่งศาลที่จะพิพากษา สว.ไม่ได้เป็นคนเลือกหรือสรรหา กกต.ในครั้งนี้ เป็นแค่ผู้พิจารณาจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เท่านั้น
การพิจารณารายชื่อ กกต. มีองค์กรที่สรรหาเสนอชื่อมา มีระดับประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นผู้ส่งชื่อ 2 กกต.มา
“วันนี้ สว.ถูกใส่ร้าย ปากก็ว่า สว.ที่ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่สุดท้ายก็แผ่นเสียงตกร่อง กล่าวหา สว.ไม่มีจิตสำนึกในทุกครั้งที่มีการเลือกองค์กรอิสระ ขอให้หยุดใส่ร้าย รอให้มีคำพิพากษาศาลออกมาก่อน” นายชินโชติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ให้สว.อภิปรายในเนื้อหาส่วนแรกแล้ว ได้เข้าสู่การประชุมลับ เพื่อพิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติของผู้เสนอชื่อเป็น กกต.