เอกชน เชื่อรัฐควบคุมไม่ได้ ของแพงแน่ น้ำมันส่อทะลุลิตรละ 40 บาท แนะชะลอส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เร่งออกมาตรการคุมเข้มราคาสินค้า

วันที่ 4 มี.ค. 2569 นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่านซึ่งเป็นฐานผลิตน้ำมันสำคัญของโลก กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 100% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าภายในประเทศที่จะขยับขึ้นหากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้

แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ประมาณ 29-30 บาทต่อลิตร และระบุว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 60 วัน แต่ในมุมมองภาคเอกชนคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะสามารถตรึงราคาไว้ได้เพียง 30 วันแรกเท่านั้น

หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อและลุกลามไปยังประเทศข้างเคียงและภูมิภาคอื่นๆ รวมทั้งหากยืดเยื้อเกินกว่านี้อาจจำเป็นต้องขยับราคาขึ้นไปอยู่ที่ 33-35 บาท หรืออาจพุ่งสูงถึง 40 บาทตามราคาตลาดโลก ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับภาคการขนส่งและครัวเรือน รวมถึงต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ไทยยังต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก นี่เป็นผลกระทบทางตรงที่จะเกิดขึ้นทันที

สุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์

นายสุทธิลักษณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะเห็นได้จากการที่ประชาชนชาวตราดออกมาเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันต่างๆเพื่อกักตุนน้ำมัน เพราะเกรงว่าน้ำมันจะมีราคาสูงขึ้น และอาจจะขาดแคลนในอนาคตจึงต้องซื้อเก็บไว้ก่อน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่มีการต่อคิวเติมน้ำมัน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องใช้น้ำมันมากในช่วงนี้

นายสุทธิลักษณ์ กล่าวอีกว่า ผลกระทบทางอ้อมยังลามไปถึงภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกและจังหวัดตราด ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยพบว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเริ่มชะลอการเดินทางเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ ขณะที่บางส่วนเริ่มมีการติดต่อขอเลื่อนการจองที่พักในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ออกไป

นายสุทธิลักษณ์ กล่าวต่อว่า การที่สหรัฐโจมตีอิหร่านทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท เงินบาทของเราเลยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ จึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากสงครามลากยาวไปถึง 3-6 เดือน อาจถึงขั้นเกิดการยกเลิกการเดินทางอย่างชัดเจน ซึ่งจะกระทบต่อรายได้หลักของจังหวัดในภาคตะวันออกอย่างรุนแรงได้

“ผมมองว่า ในส่วนของภาคประชาชน คาดว่าในช่วง 60 วันแรกจะได้รับผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยตรง ทำให้เงินในกระเป๋ามีอำนาจซื้อลดลงประมาณ 20% จึงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นและลดการเดินทางที่ไม่สำคัญ คล้ายกับมาตรการในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา”

นายสุทธิลักษณ์ กล่าวอีกว่า ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ชัดเจน เพื่อป้องกันราคาดีดตัวสูงขึ้นจนเกินไป และควรพิจารณาอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นการหมุนเวียน ไม่ให้ภาคการบริโภคตึงตัวจนเกินไป

นายสุทธิลักษณ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศเป็นอันดับแรก โดยอาจต้องชะลอการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของไทยให้เพียงพอต่อการผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน