กกต.รับรอง 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้ว พร้อมสส. 3 เขต ยกเว้นสุพรรณบุรี เหตุพบ กปน.ส่อทำเลือกตั้งไม่สุจริต เผยยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 71.43 พัทลุงได้แชมป์ใช้สิทธิ์มากที่สุด
เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ”
โดยว่าที่ ร.ต.ภาสกร แถลงว่า กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มอีก 3 เขต คือ พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 และจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขต 2 ส่วน จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากพบว่าการปฎิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนไต่สวนต่อไป
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า กกต. โยนบาปหรือลอยแพ กปน.นั้น ขอชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของ กปน.ซึ่งอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ทาง กกต.และสำนักงาน ได้ให้ความสำคัญกับ กปน. ฉะนั้น กปน.เมื่อได้รับการแต่งตั้งเขาถือว่าเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เขาจึงมีศักดิ์มีสิทธิ์ตามอำนาจหน้าที่
ฉะนั้น ถ้าเขาเดินไปตามระเบียบที่กฎหมายให้แบบนี้กฎหมายจะคุ้มครองเขา แต่ถ้าดำเนินไปเพื่อประโยชน์ หรือช่วยเหลือพรรคการเมืองใดแบบนี้ ก็ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า สำหรับการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คนนั้น จะต้องได้คะแนนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 350,305.79 คะแนน โดย สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มีดังนี้
พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน เพื่อไทย 16 คน ประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน
ส่วน 13 พรรคที่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คือ พรรครวมใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐ
ส่วนจำนวน สส.แบบแบ่งเขต พรรคภูมิใจไทย 172 คน พรรคประชาชน 88 คน พรรคเพื่อไทย 58 คน พรรคกล้าธรรม 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน พรรคไทรวมพลัง 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน
ด้าน นายครรชิต กล่าวว่า ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์จำนวน 52,933,610 คน มาใช้สิทธิ์ 37,807,816 คน คิดเป็นร้อยละ 71.43 มีบัตรเสียทั้งสิ้น 1,669,106 ใบ คิดเป็นร้อยละ 4.42 บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด 1,108,123 ใบ คือเป็นร้อย 2.93
ส่วนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ผู้มีสิทธิ์จำนวน 52,933,610 คน มาใช้สิทธิ์ 37,807,812 คน คิดเป็นร้อยละ 71.43 มีบัตรเสีย 1,337,452 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.54 บัตรไม่เลือกผู้ใด 1,608,250 ใบ คือเป็นร้อย 4.25
ทั้งนี้ ผลต่างของผู้มาใช้สิทธิ์ สส.ทั้งสองแบบ มีความแตกต่างกัน เป็นผลมาจากรณีดังนี้ เช่น กรณีบัตรเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาญาจักร มีการส่งบัตรกลับมาไม่ครบ 2 ใบ และกรณี กปน.ขอเพิ่มชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ไปปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งตามกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน ว่าเขามีสิทธิเลือกตั้งคนละเขตที่ปฎิบัติหน้าที่ จะมีสิทธิ์เพิ่มเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น และกรณีผู้มาใช้สิทธิ์กับบัตรไม่ตรงกัน ที่ กกต.สั่งให้ลงคะแนน หรือ นับคะแนนใหม่
สำหรับ 10 จังหวัด ของผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดได้แก่ 1.พัทลุง 2.ลำพูน 3.นครนายก 4.นครปฐม 5. สงขลา 6.พระนครศรีอยุธยา 7.ราชบุรี 8.สระบุรี 9.เชียงใหม่ และ 10.เพชรบุรี
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังประกาศการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยผู้มีสิทธิ์ออกเสียงมีจำนวน 52,933,610 คน ผู้มาใช้สิทธิ์ จำนวน 36,870,266 คน คือเป็นร้อยละ 69.65 เห็นชอบประเด็นที่ออกเสียงประชามติ 21,621,638 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 58.64
ไม่เห็นชอบประเด็นออกเสียงประชามติ 11,241,653 คะแนน คือเป็นร้อยละ 30.49 และไม่แสดงความคิดเห็นออกเสียงประชามติ 3,074,330 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 8.34 มีบัตรเสียอยู่ที่ 932,583 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.43