เอกนิติ ลั่นใช้กฎหมายจัดการ กักตุนสินค้า-ฉวยขึ้นราคา ขอให้สบายใจ น้ำมันพอแน่นอน อยู่ได้ 60 วัน ลุยทำสัญญามาเลเซีย-ลาว นำเข้าพลังงานทดแทน

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 4 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​ พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายเอกนิติ กล่าวถึง​ผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ว่า​ ช่องทางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่องทางหลักมาจากน้ำมันเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นเลือดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก กว่า 20% มาจากแหล่งนั้น ซึ่งถือเป็นช่องทางที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และราคาปรับขึ้นประมาณ 5% ซึ่งวันนี้สถานการณ์พัฒนาไปเร็วมากส่งผลกระทบต่อราคา​

นายเอกนิติ​ ยืนยันว่า​ ส่วนผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำมันสำรอง วันนี้เรายังสามารถอยู่ได้ 60 วัน​ สบายๆ แต่ไม่ใช่แค่นั้น​ ยังสามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น โดยได้สั่งการเจรจาให้นำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น​ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่า​ จะมีน้ำมันเพียงพอแน่นอนขอให้สบายใจได้ ขณะที่ราคาน้ำมัน จะผันผวนตามสถานการณ์ แต่เป็นไปตามกลไกราคา โดยมีกองทุนน้ำมันในการรักษาเสถียรภาพ​ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน

นายเอกนิติ ​กล่าวต่อว่า ส่วนก๊าซธรรมชาติ​ หรือ​ LNG​ การผลิตส่วนใหญ่มาจากในประเทศ แต่ที่ประชุมไม่ได้วางใจ มีเล็กน้อยที่ LMG มาจากตะวันออกกลาง​ และมีเรือติดอยู่ 2 ลำ​ ยังไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ แหล่งก๊าซธรรมชาติ LNG ส่วนใหญ่มาจากอ่าวไทยและมีท่อมาจากเมียนมา

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีว่าการ​กระทรวง​พลังงาน​ได้เร่งให้ผลิตมากขึ้น​ ส่วนแหล่งผลิตอื่นๆ ก็จะเร่งนำเข้าครม. ซึ่งเราทำสัญญากับมาเลเซีย​ ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่ที่จะเข้ามา ไม่เพิ่มผลกระทบภายในประเทศ​ และมีจะมีการนำเข้าพลังงานทดแทนที่ผลิตจากน้ำจากประเทศลาว ซึ่งก๊าซธรรมชาติไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร

นายเอกนิติ​ กล่าวต่อว่า​ ที่ประชุมมีความเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า โดยจะใช้กลไกการค้าภายในป้องกันการฉวยโอกาสในการขึ้นราคา​ วันนี้ทางรัฐบาลพยายามใช้กลไกต่างๆ ในการไม่ให้ส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทย แต่หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา​ กระทรวงพาณิชย์จะช่วยใช้กฎหมายจัดการผู้ที่กักตุนสินค้าและฉวยโอกาส

นอกจากนี้ ได้ฟังความเห็นจากภาคเอกชน จากที่มีการติดตามสถานการณ์ ภาคเอกชนมีความกังวลถึงปริมาณน้ำมันเพียงพอหรือไม่ ก็ได้ข้อสรุปเดียวกันว่าน้ำมันพอแน่นอน​ อ​ยู่ได้ 60 วัน และไม่ใช่แค่นั้นจะหาจากแหล่งอื่น​

รวมไปถึงด้านขนส่งทางเรือ​ที่มีค่าความเสี่ยงสงครามของเรือสินค้าที่เพิ่มขึ้น​ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรับไปพูดคุยกับภาคเอกชน​ในการดูแล​ เพื่อให้มีเรือในการขนส่งสินค้า ให้เพียงพอในการที่จะมารองรับ สินค้า​ ให้การค้าระหว่างประเทศไม่ถูกผลกระทบ

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในด้านของตลาดทุน ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และรองเลขา ก.ล.ต. รายงานว่า​ วันนี้อาจจะมีความตกใจ แต่กลไกเซอร์กิตเบรคเกอร์​ ทะลุเกิน 8% คนก็เข้าใจสถานการณ์ ซึ่งยังมีการซื้อขายของนักทุนต่างชาติ​ ซึ่งเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่น​

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ยืนยันเสถียรภาพยังมั่นคง แม้ว่าค่าเงินบาทอ่อนลงตามสถานการณ์ ซึ่งได้เห็นพ้องต้องกันว่าในช่วงนี้ภาคเอกชนมองว่าค่าเงินอ่อนเป็นสิ่งที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย​ ขณะเดียวกันสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการเตรียมสภาพคล่องให้กับภาคเอกชนไว้แล้ว

นายเอกนิติ​ กล่าวอีกว่า​ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ​ เป็นผู้ประสานกระทรวงต่างๆ​ และจะแถลงให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทุกวันเวลา​ 18.00 น.​ จนกว่าสถานการณ์​จะเข้าสู่สงบ​ เพื่อความไม่ตื่นตระหนกและเป็นการรับทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร

นายเอกนิติ​ กล่าวต่อว่า​ หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป ทางกระทรวงการคลังก็จะพูดคุย​เพื่อวางระบบดูแลรักษาเสถียรภาพ เพื่อให้มีกลไกที่สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน