อนุทิน ปลุก สส.ภูมิใจไทย เป็นปึกแผ่น ลั่นแหกคอกสอบตกหมด ฟุ้งคะแนนชนะขาด นับกี่รอบก็พร้อม เชื่อเลือกตั้งกี่ครั้งจะทะยานขึ้นไม่มีตก
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 8 มี.ค. 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในงานสัมมนา สส. ผู้บริหาร และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส”
โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่มาร่วมเป็นวิทยากรในการปฐมนิเทศ สส.ของพรรคภูมิใจไทย
ทันทีที่นายอนุทินมาถึงได้เดินทักทาย สส. ทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่า พร้อมกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ” ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
จากนั้นนายอนุทินปาฐกถาในหัวข้อ “ถอดรหัส 192 เสียง โอกาส และความท้าทาย” โดยกล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งครั้งนี้มาพบกับทุกคนด้วยความตื่นเต้นและดีใจ พัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเข้าสู่ปีที่ 18 แล้ว จำได้ว่าตอนที่เราเลือกตั้งครั้งแรกเดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายกันหมดแล้ว แต่วันนี้เดินเกือบ 15 นาทีกว่าจะทักกันจนครบ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ไม่ว่าพรรคของเราจะอยู่นานขนาดไหนหรือมีจำนวนสมาชิกเท่าไหร่ สิ่งแรกการที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎร คือจัดให้มีการปฐมนิเทศบรรดาสมาชิก ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมพบปะหารือสร้างความคุ้นเคยเฉพาะสส. และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ไม่ได้เป็นการประชุมสส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นการประชุมสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นอันมาก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความรู้จักกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเราเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด
“จาก 34 คน เป็น 51 คน เป็น 71 คนและในวันนี้เป็น 192 คน จากการที่พวกเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงการเลือกตั้ง ต้องถือว่าเราร่วมเป็นร่วมตายกันมา มีความใกล้ชิดกัน แต่วันนี้เราต้องรวมกันทำให้รู้จักกันมากที่สุด ทำให้การปฐมนิเทศวันนี้เกิดขึ้น โดยมีพวกเรามาร่วมชีวิตกันในครั้งนี้แทบจะทุกภาคของประเทศไทย”
“สิ่งที่อยากเห็นคือขอความกรุณา ไม่ใช่ซีกท่านวราวุธก็นั่งกันโต๊ะนี้สุพรรณบุรี นครปฐม ท่านขิงมาโต๊ะนี้ก็ชุมพร พิษณุโลก โต๊ะพี่เฮ้ง ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี แต่เราต้องรวมกันให้หมด”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่เราผ่านร้อนผ่านหนาวต่างๆ รอดมาจึงเป็นผู้แทนราษฎรได้ และต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ช่วยกันปราศรัยดีเบต ช่วยกันทำหน้าที่เชียร์ให้ทุกคนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกท่านทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยหนักหนาสาหัสมาก
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทุกท่านคงเห็นว่าจากการที่เราทำงานหนัก เราถึงเข้ามาตรงนี้ได้ไม่มีฟลุก ส่วนใหญ่ 99% ทิ้งขาดคู่แข่งแบบจะนับกี่รอบก็พร้อม เพราะอย่างไรท่านก็ชนะแน่นอน คนที่เคยชนะเป็นร้อยก็ชนะเป็นหมื่น สำหรับท่านที่มาอยู่พรรคภูมิใจไทยจะเห็นพัฒนาการของเราเติบโตขึ้นมาโดยตลอด กราฟแข็งแรงไม่ว่าจะมีเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามจะทะยานขึ้นไม่มีตก
“ขอให้ท่านได้มั่นใจว่าตัวผม แม้จะมีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่าหลายคนในห้องนี้ แต่ได้ผ่านการเลือกตั้งมหาโหดมา 4 ครั้ง ในชีวิตการเมืองที่เข้ามา ผมยืนยันถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาท ทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่น และไว้ใจน่าเชื่อถือของชาวบ้าน ทำตัวสม่ำเสมอ ถ้าพวกเราทุกคนคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้น ผมยังไม่เคยเห็นใครสอบตก”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วิธีการทำงานแบบภูมิใจไทยคือเราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้านที่เลือกเราให้เข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร สำหรับตนยังไม่มีปัญญาเป็นสส.เขต แบบหลายหลายท่าน ตนเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่การเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ของคนในพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์ชะโลมลงมา แต่สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยเป็นสส.ของคนทั้งประเทศ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรามี 19 คนต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ต้องทำงานหนักกว่าสส.เขต เพราะขอบเขตการให้บริการของท่านทั่วประเทศ ต้องรับฟังปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านทั่วประเทศแล้วนำมาแก้ไขปัญหา นี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย เราต้องทำให้ความเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 19 คนที่มีอยู่พวกเราต้องทำงานอย่างหนัก เพราะสิ่งเหล่านั้นคือคะแนน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คู่แข่งของเราที่ดูแล้วเข้ามาแน่ๆ หรือกระแสดี แต่เมื่อเขาไม่ลงพื้นที่โอกาสกลับมาน้อยมาก ไม่มีหรอกสส.กระแสพรรค ดีเดี๋ยวเขาเลือกเอง ตนยังไม่เคยเห็น ซึ่งตรงนี้สส.ภูมิใจไทยไม่มี สส.ภูมิใจไทยทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดหย่อน
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในพรรคภูมิใจไทยวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยคนเป็นสส.สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี พวกตนที่มีโอกาสเป็นทางรัฐมนตรีและเป็นสส.ด้วย ตนจะปลูกฝังพวกเขาตลอดว่าถ้าจะต้องเลือกเป็นสส.ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนเคยพูดกับคนหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลมาก่อน ตอนเขาได้รับตำแหน่ง แล้วเขาทิ้งตำแหน่งสส. ไปเลือกตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งไม่มั่นคงไม่มีการทำงานที่ผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่สู้สส.ไม่ได้ เพราะตำแหน่งสส.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศมากท่านต้องมีความภาคภูมิใจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนมีความภาคภูมิใจมากสมัยที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ตนเป็นคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อเวลามีอภิปรายแล้วตนไปนั่งในที่สส. ตนจะรู้สึกว่าพรรคเรามีพลังมากเป็นพิเศษ ต้องเรียนให้ทุกท่านเพื่อแชร์ความรู้สึกนี้ด้วย
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนเคยมานั่งจนหัวหน้ารัฐบาลมาเรียกให้ต้องขึ้นไปนั่งข้างบนที่นั่งของครม. เพราะเชื่อว่าตรงนั้นรังสีบางอย่างมันออก การเป็นสส.มันมีคุณค่าและมีความหมายมาก รัฐมนตรีปลดสส.ไม่ได้ แต่สส.ปลดรัฐมนตรีได้ ท่านคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่ตนพูดมันมีน้ำหนักมากแค่ไหน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าหลังการปฐมนิเทศเราคงจะรู้จักหน้าตาและรู้จักอุปนิสัยมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น และยิ่งเวลาทำงานด้วยแล้ว 4 ปีจากนี้ เราจะมีความใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนขอพวกเราทุกคนให้รักษาไว้ คืออัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทย นี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้พรรคของเราเติบโตขึ้นมาคำไหนคำนั้นเป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ไหนๆ ก็พูดแล้ว เรามี สส. 3 คน แหกคอกช่วงที่เราพักร้อน 3 เดือน มีสส.ของเรา 3 คน เห็นผิดเป็นชอบ ท่านอย่าคิดว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ฉะนั้น เรื่องของวินัยเรื่องของการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆ พูดคุยกันได้ไม่มีปัญหาใดๆ ท่านจะเห็นว่าการทำงานของพวกเราเป็นบ้านเดียวกัน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตอนนี้เวลาไปกินข้าวอาจจะลำบากหน่อย เพราะ 192 คน ตอนนั้นไปกินโต๊ะจีน 7 โต๊ะได้ แต่ตอนนี้ 19 โต๊ะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ก็คงจะต้องมีการจัดสัมมนาพบปะสังสรรค์กันตามเวลาที่เหมาะสมในทุกครั้ง เพื่อกระชับความแน่นแฟ้นของพวกเรา
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การทำงานทางการเมือง ตนคิดว่าทุกคนมีรูปแบบ เราจะมีรูปแบบการทำงานของแต่ละท่าน ทำให้พวกเราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และพี่น้องประชาชนของเรา แต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตรงนี้เราไม่ห่วง เรามีกลไกที่จะคอยทำให้ท่านได้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำไปมันจะไม่เกิดปัญหาใดๆ เรามีคนที่คอยดูแลเรื่องนี้ให้กับพวกท่านอยู่ตลอดเวลา
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนช่วยกันเสียสละเวลาแบบนี้ มันมีไม่เยอะที่เราจะอยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันจะได้เกิดความคุ้นเคยกันอย่างเต็มที่ มันเป็นภาพที่สวยงามมาก พวกเราไปไหนไปเป็นปึกแผ่นสิ่งเหล่านี้ตนเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ของพรรคภูมิใจไทย การปฐมนิเทศวันนี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานของเราให้เร็วที่สุด


