ศูนย์ข่าวสารไทย–กัมพูชา เปิดพื้นที่จริง! พาสื่อโลกลงดู “ช่องจอม” ชี้ชัดรังเครือข่ายสแกมเมอร์ภัยคุกคามประชาคมโลก ย้ำไทยพร้อมร่วมกับทุกประเทศยุติขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ
วันที่ 12 มี.ค.2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา นำคณะสื่อมวลชนนานาชาติลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามต่อประชาชนทั่วโลก
โดย พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ได้นำคณะสื่อมวลชนนานาชาติลงพื้นที่บริเวณ ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริง พร้อมตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ และสถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมโลก พร้อมย้ำถึงความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมข้อ 10 จากการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการเสริมสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการหลอกลวงออนไลน์
ทั้งนี้ ศูนย์ข่าวสารฯ ระบุว่า ปัญหาขบวนการหลอกลวงออนไลน์ถือเป็นภัยคุกคามระดับโลก มีเครือข่ายอาชญากรรมเชื่อมโยงกันหลายประเทศ จึงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจัง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบร่วมกันจากทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ จากการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกล่าวหาผ่านสื่อออนไลน์บางช่องทาง ซึ่งมีลักษณะบิดเบือนและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับบทบาทของไทยต่อการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ศูนย์ข่าวสารฯ จึงขอชี้แจง ดังนี้
1. ไทยยืนยันจุดยืนในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการหลอกลวงออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งด้านกฎหมาย ความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
2. ปัญหาขบวนการหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามระดับโลก ที่มีเครือข่ายอาชญากรรมเชื่อมโยงกัน
หลายประเทศ จึงไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจัง โปร่งใสและมีความรับผิดชอบร่วมกันจากทุกภาคส่วน
3. ภายใต้ถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ข้อ 10 ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะร่วมมือกับนานาชาติในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงขบวนการหลอกลวงออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก
4. ไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าวอย่างจริงจัง และร่วมมือกันในเชิงปฏิบัติ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานในเครือข่ายหลอกลวง และการปิดกั้นและทำลายโครงสร้างทางการเงินและเทคโนโลยีของขบวนการอาชญากรรม
5.การเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือการกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่เพียงไม่แก้ไขปัญหา
แต่ยังบ่อนทำลายความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการปกป้องประชาชนจากภัยอาชญากรรมข้ามชาติ

ไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนทั่วโลกความร่วมมือคือ ทางออกของปัญหา การกล่าวหาไม่ใช่หนทางสู่การแก้ไข