จุลพันธ์ ย้ำ เพื่อไทย มติเอกฉันท์ โหวต ‘อนุทิน’ นายกฯ ไร้ครอบงำ ประกาศกร้าว แม้เป็นพรรคร่วม แต่ไม่นิ่งเฉย พร้อมนำ 74 สส. ลุยตรวจสอบรัฐบาลเข้ม ถ้าพบทุจริต
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ต่อมาเวลา 10.50 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขณะนี้มีการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ 2 คน คือ นายอนุทิน และนายณัฐพงษ์ สำหรับพรรคเพื่อไทย เราเป็นพรรคการเมืองซึ่งอยู่ในระบบรัฐสภามาอย่างยาวนาน และเรายึดมั่นในหลักการและกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งคัด
สิ่งที่มีการอภิปรายกันเป็นเรื่องคุณสมบัติ เรื่องความชอบ สิ่งที่เป็นห่วงต่อบรรยากาศของการประชุมสภาฯ คือ การอภิปราย จะต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับการประชุม ตามข้อ 69 ไม่อนุญาตให้มีการใส่ร้าย ป้ายสี หรือการพูดเท็จ ซึ่งตนจะยึดมั่นในกรอบอย่างเคร่งครัด ไม่มีการพูดถึงบุคคลในทางที่เสียหาย โดยที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ทราบใดๆ ที่สำคัญที่สุดวันนี้ตนอาจจะไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติของทั้ง 2 ท่านนัก
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ใช่พระโสดาบันที่จะไปชี้กล่าวโทษว่าใครดี ใครเลว แต่กระบวนการเข้าสู่แคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรคการเมือง เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งก็ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และชื่อทั้ง 2 ท่านก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบมาอย่างเพียงพอในเรื่องคุณสมบัติ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
และหากมีข้อสงสัย ในสภาฯ ยังมีกระบวนการ ทั้งกระทู้ถาม ญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบที่เข้มข้น เป็นการพิสูจน์ชัดว่าสิ่งที่พวกท่านสงสัยในตัวบุคคล ประพฤติชอบ ปฏิบัติถูกต้องตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยหรือไม่
“ญัตติวันนี้เป็นการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรคเพื่อไทยได้ประชุม สส. ทั้ง 74 คน เรามีมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการครอบงำหรือชี้นำใดๆ เป็นการลงมติของสมาชิกเอง โดยเอกสิทธิ์ของตน โดยมีมติเห็นชอบ นายอนุทิน เป็นนายกฯ
ถึงแม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภาระหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐที่จะเกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างกัน หากมีอะไรที่ผิดพลาด เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นแน่นอนว่าทั้ง 74 สส.พรรคเพื่อไทย ไม่อยู่นิ่งเฉย” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้นโยบายของพรรคหลายนโยบายจะสามารถนำมาบรรจุในนโยบายรัฐบาลที่จะเสนอต่อรัฐสภา และได้รับการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และหากกระบวนครบถ้วน ได้มีตำแหน่งสามารถดำเนินการในคณะรัฐมนตรี(ครม.)
เรายืนยันว่าจะต้องนำปัญหาประชาชนไปร่งดำเนินการแก้ไข และในฐานะเป็น สส. ปัญหาของประชาชน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยมั่นคง เศรษฐกิจปากท้อง สส.เพื่อไทยพร้อมเป็นปากเสียงให้ประชาชน นำเสนอในสภาฯ เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนไปให้รัฐบาลให้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม