“อธิบดีพลังงาน” เผย เร่งสอบ คลังน้ำมันอ่างทอง หลังพบพิรุธใบขนส่งไม่ตรงจุดหมาย ย้ำ น้ำมันสำรอง มีเพียงพอไม่น้อยกว่า 103 วัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่า จากคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ให้ผู้ค้านํ้ามันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องประกาศราคาขายน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานทราบในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน

โดยการรวบรวมข้อมูลในวันที่ 20 มี.ค. สถานภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐานที่ผลิตในประเทศจาก 5 โรงกลั่น ปริมาณการผลิตรวมอยู่ที่ 35.28 ล้านลิตร ซึ่งเมื่อผสมเอทานอลแล้ว จะได้เบนซินสำหรับการจำหน่ายนํ้ามันกลุ่มแก๊สโซฮอล์อยู่ที่ 31.40 ล้านลิตรต่อวัน แบ่งจำหน่ายตามสถานีบริการแบรนด์ต่างๆ 28.78 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือจะการขายให้กับผู้ค้ารายย่อย

สำหรับน้ำมันดีเซล มีโรงกลั่นที่ผลิตอยู่ทั้งสิ้น 6 โรง ผลิตน้ำมันดีเซลพื้นฐานรวม 79.9 ล้านลิตร ส่วนหนึ่งจำหน่ายไปยังภาคอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล โดยโรงกลั่นจะส่งให้กับผู้ค้าเพื่อนำมาผสมกับไบโอดีเซล กลายมาเป็นน้ำมันดีเซล จำหน่ายทั่วประเทศ 66.8 ล้านลิตร

ส่วนหนึ่งส่งผู้ค่ารายย่อย และส่งผู้ค้าขนาดใหญ่ 15 ราย ซึ่งปริมาณที่จำหน่ายผ่านผู้ค้าจำหน่าย อยู่ที่ 71 ล้านลิตร โดยจะดึงสต็อกเก่ามาใช้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้ดีเซลตามปกติอยู่ที่ 67-70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งขณะนี้สูงขึ้นกว่าปกติ และมีบางช่วงที่ผ่านมาบางวันขึ้นไปถึง 100 ล้านลิตร

นายสราวุธ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัทนํ้ามันใน จ.อ่างทอง ที่เป็นประเด็นข่าว ได้มีการตรวจสอบคลังน้ำมันร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. แล้ว เบื้องต้นได้เก็บตัวอย่างน้ำมัน 3 ประเภท ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว อยู่ระหว่างการจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการจำหน่าย ได้ทราบที่มาของโรงกลั่นแล้ว มีผู้ค้ามาตรา 10 สองรายที่ขึ้นทะเบียนกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน และอีกสองรายส่งไปยังคลังที่ จ.อ่างทองของบริษัทดังกล่าว และตรวจพบว่า ใบกำกับการขนส่งของโรงกลั่นที่จัดส่ง ระบุสถานที่ส่งปลายทางอยู่ในกทม. แต่น้ำมันดังกล่าวไปพบที่ จ.อ่างทอง

ต้องให้ตำรวจทำการสืบต่อไปว่า น่าจะมีความผิดในฐานใบกำกับขนส่งไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ จะมีการตรวจใบกำกับการขนส่งอื่นๆ ได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฏหมายหรือไม่

นายสราวุธ กล่าวว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ภายหลังจากมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี และ ศบก. ที่สั่งให้กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่อนผันข้อจำกัดเพื่อเร่งนำน้ำมันเข้าสู่ระบบ และกระจายตัวไปยังสถานีบริการน้ำมันให้เร็วที่สุด ยืนยันว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุน ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงยุติธรรม ตรวจคลังน้ำมัน 8 จุดใน 4 จังหวัด ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีความผิดปกติ นอกจากนี้ ได้หารือกับผู้ประกอบการนํ้ามันว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน

“ปัจจุบันปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการไม่น้อยกว่า 103 วัน เป็นน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ระหว่างขนส่งอีก 4,206 ล้านลิตร และน้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทางมี 3,700 ล้านลิตร” นายสราวุธ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน