“ฉัตรชัย” เผย ขอ ปชช. มั่นใจ กรมธุรกิจพลังงาน ดูแลเต็มที่ ไม่ให้มีการกักตุน ย้ำผิด กม. ดำเนินการถึงที่สุด เช็ก 4ADM ตรวจข้อมูลย้อนหลังถึง 1 ก.พ. สั่งจ่ายน้ำมันเต็มที่หรือไม่
29 มี.ค. 69 – ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์ตะวันออกกลาง(ศบก.) แถลงภาพรวมประจำวัน โดย นายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การผลิต การจำหน่วยน้ำมันของประเทศ
โดยข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มี.ค. น้ำมันดีเซล มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ในส่วนปริมาณการจำหน่วย อยู่ที่ 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่วยและส่งออกรวมกันออยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน
ส่วน น้ำมันเบนซิน มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่วยเฉลี่ยอยู่ที่ 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 0.84 ล้านลิตรต่อวัน รวมอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในส่วนของ น้ำมันดีเซล ปริมาณการผลิต การจำหน่าย อยู่ในตัวเลขที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. และ ก.พ. ซึ่งในส่วน ม.ค. และ ก.พ. การจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้เห็นความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิง และการกระจายน้ำมันเชื่อเพลิง
ซึ่งสิ่งที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องการต้องลงไปตรวจสอบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องตัวรายงานโดยต้องลงไปตรวจสอบที่หน้างานด้วย ว่ามีปริมาณน้ำมันอย่างไรในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม ได้ตรวจสอบสต๊อกทั้งหมดของประเทศว่าปริมาณสำรองหรือสต๊อกน้ำมันของประเทศมีปริมาณตามกฏหมายถูกต้องหรือไม่
ซึ่งในครั้งนั้น ทั้งกรมฯ และพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตรวจสอบ และพบว่า มีปริมาณที่เป็นไปตาม กฏหมายกำหนด และพบว่า มีปริมาณที่สอดคล้องกับตัวรายงาน
นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ได้มีการตรวจสอบสถานีบริการทั่วประเทศ มีปั๊มน้ำมันบางส่วน ที่มีการปิดให้บริการซึ่งในตัวอย่างที่ไปสำรวจประมาณ 30,00 ปั๊ม พบว่ามีปริมาณ 10% ที่ปิดให้บริการ ซึ่งเราเข้าไปตรวจพบว่าในปั๊มต่างๆมีน้ำมันสต๊อกอยู่ในถังหรือไม่เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครกักตุนและไม่ยอมขายให้กับประชาชน นอกจากนั้นยังได้มีการตรวจสอบจ๊อบเบอร์และรถขนส่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ไม่มีน้ำมันที่มีพิรุธต้องสงสัยที่กักตุนไว้
จากนั้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่มีคำสั่งของนายกรัฐมนตรีให้มีการบูรณาการร่วมกัน ก็ได้มีการไปตรวจสอบร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และตำรวจ ล่าสุดกรมการปกครองได้มีการคอนเฟอร์เร้น กับหน่วยงานปกครองทั่วประเทศเพื่อเข้าไปตรวจสอบคลังน้ำมันต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการ บูรณาการร่วมกันในการเข้าไปตรวจสอบสถานีต่างๆแล้ว
รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น รมว.พลังงาน ยังได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมัน ที่ลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี เพื่อเข้าไปดูและเน้นย้ำว่า ต้องสั่งจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่ ไม่มีการกักตุน พบว่า มีการสั่งจ่ายน้ำมันไปให้ประชาชน
แต่ข้อมูลที่เราจะต้องไปดูคือ ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการสั่งจ่ายน้ำมันเต็มที่หรือไม่ มีการกักตุนหรือไม่ โดยมีการทำระบบเพิ่มเติมเรียกว่า 4ADM ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการกำกับใบขนส่ง และหลังจากที่ประกาศของ กระทรวงพลังงาน ออกมาแล้ว ต้องมีการส่งข้อมูลย้อนกลับถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์
นอกจากนั้น ทางกรมฯ ยังเปิดระบบ Fuel Now ที่จะทำให้เห็นว่า ปั๊มไหนเปิด ปั๊มไหนปิด และมีน้ำมันชนิดไหนที่หมดบ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับภาคประชาชน ที่พัฒนาตัวแอปปั๊มเรดาร์ ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูลกันเพื่อให้ประชาชนได้อัปเดตข้อมูลของสถานีบริการต่างๆเพิ่มเติม
“ส่วนนี้เป็นการทำงานในเชิงการตรวจสอบและใช้ระบบข้อมูลต่างๆเข้ามาเพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลและมีความมั่นใจว่าทางกรมธุรกิจพลังงานดูแล เพื่อให้มีการสั่งจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่ หากเราตรวจพบว่า มีผู้ประกอบการท่านใดที่มีการกักตุนน้ำมัน หรือมีสิ่งที่ต้องสงสัย เราจะดำเนินการตามกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ เราได้พบสถานที่เก็บน้ำมันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต พบน้ำมันที่มีจำนวนรวม 3 ที่ประมาณ 30,000 ลิตร ซึ่งได้มีการดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว และต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายฉัตรชัย กล่าว
กรมธุรกิจพลังงาน – https://www.doeb.go.th/