พริษฐ์ ลั่น ปชน.สู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส.จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย บอกพูดเเทนเพื่อน จะทำงานอย่างเต็มที่ จนถึงวินาทีที่มีคำสั่งหยุด

เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 1 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติจะยื่นฟ้องคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกาว่า ยืนยันสิ่งที่อดีต สส.พรรคก้าวไกลเสนอร่างกฎหมาย เป็นการกระทำที่ไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง

พรรคประชาชนจะทำอย่างเต็มที่ที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ผ่านการอธิบายแก่ประชาชนในเชิงสังคม ส่วนขั้นตอนตามกฏหมาย ทาง ป.ป.ช. จะยื่นเรื่องไปยังศาลฎีกา หากศาลรับคำร้องไว้พิจารณา ก็จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้นเป็นอื่นใด

โดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ มีการเตรียมมาตรการและคำร้อง ว่าหากมีการรับคำร้องพิจารณา จะไม่นำไปสู่หยุดปฏิบัติหน้าที่

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอพูดแทนเพื่อน สส. ทั้ง 10 คน ที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ทุกคนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ จนถึงวินาทีที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากจะมีและสิ่งที่น่ากังวลจากเรื่องนี้ ไม่ใช่อนาคตของพรรค แต่เป็นอนาคตของประเทศ

ฉะนั้น จึงต้องยืนยันหลักการร่วมกันว่าการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เป็นเรื่องที่ สส.ไม่ว่าพรรคใด หรือยุคสมัยใด ควรกระทำได้ หากเสนอไปแล้ว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย สามารถใช้กระบวนการสภาฯ พูดคุยถึงความเห็นที่แตกต่าง ใช้พื้นที่นอกสภาฯ พูดคุยถึงความเห็นที่แตกต่างท้ายที่สุดหากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ กฎหมายดังกล่าวก็จะตกไปตามกระบวนการ

หากมีใครโต้แย้งเกี่ยวกับเนื้อหาของกฎหมายว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีขั้นตอนกระบวนการในสภาฯ สามารถยื่นเรื่องให้ตีความได้ ย้ำว่าการเสนอกฎหมายโดย สส. มันไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากเรายอมรับในหลักการนี้ สิ่งที่น่ากังวลว่าในวันข้างหน้า อนาคตของประเทศ เราจะมีสภาฯแบบไหนที่ต้องกังวลใจเรื่องการทำหน้าที่ในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสภา

เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาที่มีการเปิดเผย หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน การเมืองจะไม่เป็นประชาธิปไตย จะมีข้อหักล้างหรือไม่ว่าผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนอื่นได้นอกจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นที่นพ.วาโย ได้ยื่นเข้าไป เป็นข้อต่อสู้ว่าจะมีคำสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่หรือไม่

เราให้เหตุผลไปโดยยึดคำชี้แจงของนพ.วาโยเป็นหลัก เพื่อให้แม่นยำและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีคำสั่งว่าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่คิดว่าภาพใหญ่ที่สังคมตั้งคำถามและจับตาว่า ท้ายที่สุดแล้วกระบวนการนี้ จะไปจบที่การตัดสินว่า 44 สส. ได้กระทำความผิดหรือไม่

เราจึงต้องยืนยันว่าสิ่งที่ได้ทำไปแม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายไม่ควรถูกตัดสินว่าเป็นการกระทำความผิด และไม่ควรที่จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

เมื่อถามถึงการเตรียมแผนรองรับในคดี 44 สส. นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขออย่าพึ่งด่วนสรุปว่า 44 สส. ถูกตัดสิทธิ์ ขณะนี้ไม่มีการตัดสิทธิ์ใดทั้งสิ้น ขอไปทีละขั้นตอน ขณะนี้กำลังยื่นคำร้อง หากศาลรับ จะมีหรือไม่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้ศาลมีคำสั่ งหรือ ไม่เห็นด้วยกับคำร้องพรรคประชาชน ก็ไม่ได้เป็นการสรุปว่า 44 สส. กระทำความผิด แต่จะต้องต่อสู้ในชั้นศาลที่ต้องใช้ระยะเวลาพิจารณา

แต่อยากย้ำว่าหากใครกังวลเรื่องอนาคตพรรคประชาชน ยืนยันว่ามีมาตรการรองรับไว้ทุกฉากทัศน์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ ไม่ใช่อนาคตพรรคประชาชน แต่คืออนาคตของประเทศและระบบการเมืองไทย ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล หากเกิดขึ้นกับอดีตหรือ สส.ของพรรคอื่น ตนก็จะพูดเหมือนกันเพราะเป็นหลักการ ที่พรรคการเมืองควรยืนยันร่วมกัน

ต่อข้อถามว่าข้อต่อสู้มั่นใจแค่ไหนที่จะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาปฎิบัติหน้าที่ต่อระหว่างการพิจารณาคดี นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทำอย่างเต็มที่ ยังไงก็สู้ยิบตาทุกขั้นตอน แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไรให้เป็นการตัดสินของศาลฎีกา

ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้วเป็นปกติ แม้จะไม่มีคดีทางการเมือง เป็นการประชุมเพื่อหารือกับสมาชิกพรรคในการทำงานขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อประเทศ และเป็นที่ชัดเจนว่า ขณะนี้พรรคประชาชนเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ส่วนจะพิจารณาวาระอื่นหรือไม่ ต้องรอ กระบวนการเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนก่อนว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งใดออกมา

“คิดว่ามาตรการรองรับในฉากทัศน์เราพูดหลายรอบแล้ว เป็นที่รับรู้ของประชาชนอยู่แล้วว่ามีความเป็นไปได้แบบไหนบ้าง นายณัฐพงษ์ ก็พูดหลายครั้งเมื่อถูกสัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ขอใช้พื้นที่นี้ย้ำอีกรอบว่าสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรค แต่คืออนาคตของประเทศ ณ เวลานี้อยากใช้พื้นที่สื่อสารเรื่องนี้เป็นหลัก” นายพริษฐ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน