ยศชนัน ยัน อว.พร้อมเชื่อมโยงทุกฝ่าย ใช้นวัตกรรมยกระดับพัฒนาประเทศ หวังเพิ่มมูลค่ามิติทางเศรษฐกิจ ย้ำจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนามนุษย์ของคนไทย
วันที่ 10 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นวันที่สอง
เวลา 11.10 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงว่า ปัจจุบันกระทรวง อว. มีแนวโน้มเชื่อมโยงกับทุกฝ่าย เพราะเหตุภัยพิบัติต่างๆ มีความจำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ช่วยเหลือให้ทันท่วงที รวมถึงการยกระดับเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูง หรือทำให้ประเทศมีรายได้ที่สูงขึ้น
ทำให้มีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับด้านต่างประเทศ สังคม ภัยพิบัติ และการจัดการภาครัฐ โดยจะนำแนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เต็มรูปแบบมาเป็นอีกหนึ่งในกระดูกสันหลังที่ทำให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้
นอกจากนี้ กระทรวง อว. จะใช้นวัตกรรมนำไปสู่ภาคเศรษฐกิจ โดยยึดแนวทางการให้ความสำคัญพี่น้องรากหญ้า แต่ต้องไม่สูญเสียเอกราชทางเทคโนโลยีให้กับประเทศใด ซึ่งประเทศไทยจะใช้เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) เป็นตัวชูโรง เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องนี้ได้
อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งการเกษตร และอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับจีดีพีของประเทศไทย ขณะที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น สิ่งที่กระทรวง อว. ทำได้คือการเพิ่มความสามารถในทรัพยากรที่มีจำกัด ให้คนที่มีอายุเยอะขึ้น หรือคนที่ไม่สามารถผลิตได้ในระยะเวลา และทรัพยากรอันจำกัด สามารถใช้เทคโนโลยีตรงนี้ได้
ขณะเดียวกันต้องคิดเรื่องเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ คือ เกษตรมูลค่าสูง และบริการมูลค่าสูงในมิติของเศรษฐกิจสุขภาพ เช่น เรื่องสมุนไพร อาหารปลอดภัย เป็นต้น
นายยศชนัน กล่าวถึงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย โดยให้นวัตกรรมในการช่วยเศรษฐกิจ และช่วยเหลือสังคม เพราะกำลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องทำในทุกมิติเพื่อเพิ่มทักษะ พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนามนุษย์ของคนไทยเพื่อความหวังของคนไทย