‘เท้ง’ โต้ ‘ปิยบุตร’ ยันพรรคประชาชนไร้เงาครอบงำ ยันเพื่อน สส.มาด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่หาทางเข้าสภาฯ ลั่นผมคงต้องลาออก ถ้ามีใครบอกให้เลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร เพราะเข้ามาการเมือง เพราะอาสาเหมือนกัน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 เม.ย.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาแสดงความเห็นพรรคประชาชนต่อสู้ทางความคิดน้อยไป
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคารพในความเห็นของนายปิยบุตร การออกมาวิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะ การชี้นําทางความคิด นอกจากเป็นหน้าที่หลักของพรรคประชาชน ที่เราเสนอเป็นพรรคทางเลือก ให้อํานาจของประชาชนเป็นอํานาจที่สูงสุดของประเทศนี้ บรรดานักคิดนักวิชาการต่างๆ ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ช่วยกันชี้นําสังคม
ส่วนที่นายปิยบุตรแสดงความเห็นว่า ตอนตั้งพรรคประชาชน ตั้งใจจะทำพรรคให้เป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้บางคนใช้ยานพาหนะนี้ให้ตนเองเป็น สส. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ภาพรวมยังเชื่อมั่นในสมาชิก เพื่อน สส.ทุกชุด ว่าทุกคนมาด้วยอุดมการณ์ความแน่วแน่ อยากมาทําการเมืองให้พรรคประชาชนจริง ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็พร้อมน้อมรับ เชื่อว่ากระบวนการสรรหาจะดีมากขึ้นทุกวัน พร้อมทําให้ดีมากกว่านี้ในอนาคต พรรคเรามีระบบราชการน้อยที่สุด และเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากที่สุด ยืนยันว่าทุกการตัดสินใจใหญ่ๆ ของพรรคที่ผ่านมา เราฟังทุกองคาพยพของพรรค
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรค หากคิดว่ามีอะไรในพรรคที่ต้องเสริมให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นหน้าที่ของแกนนำที่จะลงไปทําสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น โจทย์หลักของพรรคประชาชนในตอนนี้ คือทําให้เห็นว่าเราเป็นตัวเลือกที่สําคัญ แต่คงไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เพราะจะถือเป็นการดูถูกดูแคลนพรรคการเมืองอื่น
“เราจะเป็นทางเลือกที่สําคัญ ที่จะทําให้ประชาชนเห็นว่า เป็นทางออกของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งหมด และยิ่งใช้อํานาจละเว้นพวกพ้อง มุ่งทําลายล้างฝั่งตรงข้าม ประชาชนไม่เคยได้รับความยุติธรรมเลย ก็จะยิ่งทําให้ประชาชนเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น หากรัฐบาลยังทําแบบนี้ต่อไป รัฐบาลจะทําลายตัวเอง”
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการแสดงออกของนายปิยบุตรนั้น ทําให้ทุกคนเห็นว่าข้อกล่าวหาที่บอกพรรคประชาชนมีคนนำ ก็ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนมีโอกาสคุยกับนายปิยบุตร ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคยุคปัจจุบัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน
ส่วนที่เราต้องการสร้างการเมืองของประชาชน ที่มวลชนทุกคนเป็นเจ้าของพรรค และยังยึดคําพูดว่าพรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค ความคิดในเชิงอุดมคติ การชี้นําทางความคิดที่เกิดขึ้น เป็นการประท้วงทางความคิดที่สําคัญ ทําให้ตนเองเข้ามาเล่นการเมืองในวันนี้
แต่สิ่งที่สําคัญมากกว่าคือการทําให้ความคิดทางอุดมคติเหล่านั้น เกิดขึ้นเป็นจริงได้อย่างไร ซึ่งตนเองก็มีการลงพื้นที่มาโดยตลอด พบเจอผู้สนับสนุนของพรรค ที่อยากจะออกมาร่วมทําบางอย่างกับพรรค ที่ไม่ใช่ 4 ปีออกไปเข้าคูหา หลายคนโกรธแค้นระบบการเมืองของประเทศ ทุกคนเรียกร้องอยากให้พรรคประชาชนมีพื้นที่ ให้ทําภารกิจอะไรสักอย่างร่วมกับพรรค เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน
“ถ้ามีใครบอกว่า เลิกเชื่อในระบบอาสาสมัคร ผมเองก็คงต้องลาออกจากนักการเมือง เพราะผมเข้ามาทํางานการเมือง เพราะอาสาเหมือนกัน ดังนั้นยังคงเชื่อว่า การทําระบบอาสาสมัคร ยังมีอยู่ในทุกหน่วยเลือกตั้ง และระบบการจัดตั้งที่เข้มแข็ง ใช้เงินแบบที่ทํากันอยู่ จะเป็นกลไกสําคัญ ที่จะทําให้เราทําการเมืองในอุดมคติเป็นจริงมากขึ้น”