เลขากกต. ยัน ปมยุบพรรคประชาชน ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรียกผู้ถูกร้องชี้แจงข้อกล่าวหาด้วย หากมีมูลความผิดจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคำร้องยุบพรรคประชาชน (ปชน.) จากเรื่องบริษัทสเปกเตอร์ ซี ว่า เมื่อมีผู้ร้อง กกต.ต้องรับพิจารณาตามขั้นตอน แต่ไม่ใช่ว่ามีคำร้องแล้วจะนำไปสู่การยุบพรรคทันที ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่ามีความผิดหรือไม่ และหากผิดต้องพิจารณาต่อว่าเข้าข่ายเหตุยุบพรรคหรือไม่
โดยเราต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา ปกติผู้ร้องมักยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ไปถึงขนาดนั้นก็ได้ เมื่อเรียกผู้ร้องมาให้ถ้อยคำแล้ว ก็ต้องเรียกผู้ถูกร้องมาให้ถ้อยคำด้วย ถ้าคำร้องนั้นมีมูล ต้องให้โอกาสชี้แจงเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งเป็นไปตามหลักการ
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าองค์กรอิสระ รวมถึง กกต. ถูกมองว่าเป็นสองมาตรฐาน มองเรื่องนี้อย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ต้องเป็น 2 อย่าง อย่างแรกคือ การพิจารณาเป็นอย่างไร มาตรฐานจะยังมาพูด จะบอกว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่เป็นความผิดก็ทำอะไรต่อไม่ได้
แม้ข้อกล่าวหาเดียวกันแต่ข้อเท็จจริงอาจจะคนละอย่างก็ได้ จะมาบอกว่า 2 มาตรฐานหรือไม่ ต้องดูที่ข้อเท็จจริง เราต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อเท็จจริง ส่วนองค์กรอิสระ ใครอยากจะมารื้อระบบใหม่ก็ได้ ถ้าทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ถ้าทำให้ระบบดีขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี
เมื่อถามว่ากกต.จะสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มี 2 มาตรฐาน นายแสวง กล่าวว่า การพิจารณาเป็นเรื่องของดุลยพินิจ จะชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระอื่นหรือกกต. เมื่อวินิจฉัยแล้ว ต้องมีข้อเท็จจริงให้ประชาชนเห็นว่ามันใช่หรือไม่ใช่ บางเรื่องเราใช้ดุลยพินิจ ซึ่งดุลยพินิจบางคนจึงเห็นต่างกันได้