เรืองไกร ร้อง กกต. ส่ง ศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ สุริยะ พ้นเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ปมสั่งย้าย อธิบดีกรมฝนหลวง ข้อเท็จจริงปรากฏชัด ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง พร้อมขอให้ มีคำสั่งให้ หยุดปฏิบัติหน้าที่
1 พ.ค. 69 – นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ยื่นคำร้องถึง กกต. เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรณีโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำกระทรวง ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรี เป็นการเฉพาะตัว ฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏผ่านสื่อ เช่นการยื่นหนังสือลาออก จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร โดยให้เหตุผลเนื่องจาก ไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้ และได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ซึ่งมีข้อเท็จจริง ที่จะนำมาเป็นหลักฐานในการไต่สวนความจริง ถือว่ามีน้ำหนัก กรณีดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ นายสุริยะ ในฐานะรัฐมนตรี ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
และต่อมา นายสุริยะ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในกรณีดังกล่าวโดยยอมรับว่า หลานตัวเองได้ติดต่อไปยัง นายราเชน เพื่อขอดูงบประมาณปี 70 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย
อีกทั้งยังให้สัมภาษณ์ว่า การโยกย้าย เพราะใกล้เกษียณราชการ พร้อมเห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏผ่านสื่อต่างๆ จึงมีพยานหลักฐานเพียงพอ ที่เป็นความปรากฏต่อ กกต. ซึ่งกกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82
ที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่านายสุริยะ เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้าม ฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมบริการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
จึงได้ขอให้ กกต. รวบรวมพยานหลักฐาน จากผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหนังสือให้ นายสุริยะ เข้าให้ข้อเท็จจริงประกอบ เพื่อส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาต่อไป พร้อมขอให้มีคำสั่งให้ นายสุริยะหยุดปฏิบัติหน้าที่