สมชัย จี้ กกต.เปิดข้อมูล 20 รายการ ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เปิดกว้างคนร้อง-ถูกร้องนำไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ จ่อฟ้องกลับ กกต.ฐานหมิ่นประมาท ทำเสียชื่อเสียง

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. พร้อมด้วยนายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Science และ CEO JIB Digital Consult Group เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอหลักฐาน 20 รายการเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่อาจจะสืบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เช่น มติกกต.ที่อนุมัติการใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกปี 2569, ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือเอกสารของกกต.ที่ระบุเจตนาหรือวัตถุประสงค์ หรือกรณีการใช้งานของการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และเอกสารที่ระบุดังกล่าวถูกนำไปใช้งานในขั้นตอนใดของกระบวนการเลือกตั้ง,

เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด, คำอธิบายทางเทคนิคว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดป้องกันการปลอมแปลงอย่างไร รวมถึงนโยบายการเก็บรักษาและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นายสมชัย กล่าวว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีใช้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่สืบย้อนกลับมาได้ว่าบัตรเลือกตั้งนี้มาจากเล่มที่เท่าใด แต่ในการเลือกตั้งปี 2569 เป็นครั้งแรก ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่สามารถสืบย้อนกลับ ถึงลำดับของบัตรแต่ละใบ ที่ตรงกับต้นขั้ว ทำให้บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับรู้ว่าใครเลือกใคร

สิ่งสำคัญวันนี้คือ ต้องการรู้ว่าที่ กกต.ตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาจากอะไร จึงต้องมาขอเอกสาร ไม่ว่ามติ กกต.ว่ามีเมื่อใด ก่อนมีมติมีการถกเถียงกันหรือไม่ มีการออกเป็นระเบียบคำสั่งต่างๆหรือไม่ที่สืบเนื่องจะให้ใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด

เรื่องที่เราไม่เคยรู้เลยจาก กกต.คือ ทีโออาร์ เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างมีข้อกำหนดอย่างไร มีข้อความที่ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องมี บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีในมติ กกต. หรือในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ก็จะเกิดคำถามว่ากกต.ใช้ฐานอำนาจอะไรดำเนินการให้มีบาร์โค้ดเกิดขึ้น เราเห็นว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น

หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นสืบข้อมูลข้อเท็จจริง เราก็ยินดี อยากให้ศาลเรียกเอกสารตามรายการที่ได้ขอจาก กกต. เพราะเราไม่แน่ใจว่าการที่เราขอตรงจาก กกต.จะได้รับเอกสารเมื่อใด และจะได้รับหรือไม่ หรือเราจะต้องใช้พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารในการขอเอกสาร

อย่างไรก็ตาม เอกสารมีหลายรายการ ทางคณะจะทยอยเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้ผ่านสื่อโซเชียล หรือ คนที่ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ใช้เอกสารเหล่านี้เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญได้

นายสมชัย กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นขอกับผู้ร้องและผู้ถูกร้องยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ เพราะในข้อเท็จจริงยังมีเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ตนจึงจัดทำรายละเอียด ว่าเอกสารทั้งหมดงประกอบด้วยอะไรบ้าง หากศาลเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาก็นำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีได้

ทั้งนี้ เอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้เสนอต่อศาล เท่าที่ทราบมีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์จากเอกสารที่ตนได้ร้องขอจาก กกต.

ด้านนายธรรม์ธีร์ กล่าวว่า การยื่นเอกสารครั้งนี้ เพื่อใช้สิทธิประชาชนตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบว่าข้อมูลจากการใช้สิทธิเลือกตั้งถูกนำไปใช้อย่างไรและปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ แม้การเลือกตั้ง กทม. ครั้งล่าสุดจะไม่มีการใช้บาร์โค้ดแล้ว แต่ข้อมูลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังต้องได้รับการตรวจสอบว่าเก็บรักษาไว้อย่างไร

นายธรรม์ธีร์ กล่าวอีกว่า ตนได้ศึกษากฎหมายและระเบียบ กกต.เกี่ยวกับการเลือกตั้งรวม 5 ฉบับ กว่า 606 หน้า แต่ไม่พบคำว่า บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด จึงเกิดข้อสงสัยว่าการนำระบบดังกล่าวมาใช้ผ่านการพิจารณาอย่างไร และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ เอกสารที่ขอ 20 รายการ ไม่ใช่ความลับราชการ แต่เป็นเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนและกรอบการทำงาน เช่น บันทึกการประชุม เหตุผลการใช้บาร์โค้ด และมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยย้ำว่ายังมีข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดถูกใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงจริงหรือไม่ พร้อมระบุว่าจะทยอยเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียล เพื่อให้ประชาชนใช้ตรวจสอบและติดตามประเด็นที่กระทบสิทธิ์ประชาชนต่อไป

เมื่อถามว่าจะไปยื่นเป็นผู้ร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คงไม่ ผู้ที่แต่ผู้ที่ศาลเรียกเป็นพยานหากต้องการนำเอกสารข้อมูลที่ตนนำเสนอไปใช้ก็ยินดี พร้อมยอมรับว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้เชิญให้คณะบุคคลที่ถูกฟ้องไปเป็นพยานทั้งที่ผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีการร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้เป็นพยาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่านายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้รับหนังสือให้ชี้แจงจากศาลรัฐธรรมนูญ และระบุว่ากังวลการตั้งประเด็นของศาลจะทำให้ได้คำตอบไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้ร้อง นายสมชัย กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ที่จะชี้แจงข้อมูลว่าจะตอบเท่าที่ศาลถาม หรือมากกว่านั้น ซึ่งถ้าตอบมากกว่าที่ศาลถามก็จะสามารถโยง เหตุผลต่างๆ ให้ศาลเห็นว่าแม้จะไม่เห็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในวันเลือกตั้ง หรือไม่รู้มาก่อน

แต่การมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดทำให้เชื่อว่าสามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกใคร เราจึงไม่อยากจะพูดว่าคำถามของศาลเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพียงแต่อยากให้สังคมเห็นว่าศาลตั้งคำถามอย่างไร และเป็นหน้าที่ของฝ่ายผู้ที่ได้รับหนังสือจากศาลที่จะเป็นผู้ตอบให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด

นายสมชัย กล่าวว่า ในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 10.00 น. ทางคณะจะไปยื่นฟ้อง กกต. และคณะ รวม 10 คน ฐานหมิ่นประมาทต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน คดีที่ กกต.ยื่นฟ้องต่อคณะบุคคล ทางกองปราบยังไม่ได้ออกหมายเรียก เมื่อทวงถามก็ไม่มีความคืบ จึงเห็นว่าการที่มีข้อมูลรายชื่อที่ กกต. ยื่นฟ้องหลุดออกมามีใครบ้าง ทำให้เกิดความเสียหาย กระทบต่อชื่อเสียงละการประกอบอาชีพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน