นายกฯ สั่ง กก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองสถานะโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน มอบ รมว.พาณิชย์-รมว.ยุติธรรม ประสานสภาทนาย-สภาวิชาชีพบัญชี สางปม 2 อาชีพ ชี้ช่องแนะ ช่วยนอมินี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องที่ดินทำกิน เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต
ในสัปดาห์ที่แล้ว มีการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชน เพราะปัจจุบันมีกฎหมายที่มีอำนาจและหน้าที่ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดูแลเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนอยู่แล้ว ฉะนั้น การยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯดังกล่าวจึงไม่ได้มีผลอะไร
อย่างไรก็ตาม นายกฯ มีข้อสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ รเร่งรับรองโฉนดชุมชนที่เคยออกตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยโฉนดชุมชนที่เพิ่งถูกยกเลิกไป ให้เป็นรูปแบบการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และจะต้องรับรองสถานะทางกฎหมายของโฉนดชุมชนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนั้น นายกฯมุ่งมั่นปราบปรามนอมินี เป็นนโยบายที่จะทำให้เด็ดขาดและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ และมีกลไกการทำงาน การบูรณาการของหลายภาคส่วน ไม่ว่ากระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยหลังจากที่มีนโยบายสั่งปราบปรามนอมินี มีข้อมูลรายงานมาว่า พบผู้ประกอบวิชาชีพทนายและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางรายที่ให้คำแนะนำ หรือดำเนินการให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
พูดง่ายๆ มีสองอาชีพนี้ที่บางคนใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดช่องในการทำธุรกิจนอมินีได้ ฉะนั้น นายกฯจึงมอบหมายให้ รมว.ยุติธรรม และรมว.พาณิชย์ หารือร่วมกับสภาทนายความและสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อพิจารณาดำเนินการด้านจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามนอมินีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
โดยในวันที่ 13 พ.ค. นายกฯ มีกำหนดการลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการการปราบปรามนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นการย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มผิดกฎหมายเข้ามาแย่งอาชีพ หรือสร้างผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างเด็ดขาด