พลอยทะเล ย้อน พริษฐ์ วิจารณ์รัฐบาลคิดตื้น แก้ไขปัญหาเดินรถไฟ ไล่คิดก่อนพูด แจง แค่สั่งศึกษา จัดระเบียบคน-ขนส่งสินค้า ลดจุดตัดบนดิน ยัน ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ระบุรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาใจกลางเมือง เป็นแนวคิดที่อาจจะคิดตื้นเกินไป ขาดความรอบคอบ และผลักภาระให้กับประชาชน หลังเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ว่า ความเข้าใจดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อน
ขอให้นายพริษฐ์ กลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจพูดออกมา แนวคิดของรัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ผลักภาระทั้งหมดให้กับประชาชน โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเส้นทางอย่างเป็นระบบ ทั้งรถไฟขนส่งสินค้า และรถไฟโดยสาร มีเป้าหมายเพื่อลดและกำจัดจุดตัดทางรถไฟระดับดินในพื้นที่กทม.ให้หมดไป
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า การแก้ปัญหาไม่ได้ใช้วิธีห้ามรถไฟทุกชนิดเข้าเมืองแบบเหมารวม ตามที่ฝ่ายค้านเข้าใจ แต่เน้นบริหารจัดการให้สังคมและทุกฝ่ายเข้าใจแนวทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง โดยแยกการบริหารจัดการออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้
การบริหารจัดการแยกระบบระหว่างรถไฟขนส่งสินค้า และรถไฟขนส่งคน มีการจัดระเบียบตามประเภทการใช้งาน แบ่งระยะเวลาการดำเนินการ ดังนี้ รถไฟขนส่งสินค้า ระยะเร่งด่วน มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางใช้สถานีนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น ลาดกระบัง บ้านภาชี และนครปฐม เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า เพื่อลดขบวนรถไฟเข้าเมืองทันที 10 ขบวนต่อวัน
แต่หากจำเป็นต้องเดินรถสินค้าเข้าพื้นที่ชั้นใน จะให้เดินรถในช่วงเวลากลางคืนทั้งหมด และจัดเดินรถให้สอดคล้องกับการใช้ไม้กั้นรถไฟ ร่วมกับสัญญาณไฟจราจร
ส่วนระยะยาว จะเร่งรัดการพัฒนาวงแหวนรอบกทม.รอบที่ 3 ให้รถสินค้าที่ไม่ได้มีปลายทาง กทม. สามารถบายพาสไปทิศทางต่างๆ ไม่ต้องเข้าพื้นที่ชั้นใน รวมถึงจัดตั้งศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง จากทางรางไปยังรูปแบบอื่น เช่น ทางถนนและทางน้ำ ตามพื้นที่บนเส้นทางวงแหวนฯ
รถไฟโดยสารขนส่งคน ตั้งเป้าต้องไม่มีจุดตัดระดับดินในพื้นที่กทม.ทั้งหมด โดยระหว่างรอการก่อสร้างโครงสร้างต่างระดับให้แล้วเสร็จ ได้กำหนดมาตรการ ระยะเร่งด่วน บังคับใช้กฎเหล็ก หากไม้กั้นยังไม่ปิดกั้น จะไม่เคลื่อนขบวนรถไฟเด็ดขาด และประสานพนักงานจราจรให้บังคับใช้ไฟสัญญาณจราจรให้รถหยุดก่อนถึงจุดตัด และขอความร่วมมือประชาชน หยุดรถหลังเส้นเหลือง เมื่อมีสัญญาณเตือนรถไฟ ให้ไม้กั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
ในระยะกลาง ได้สั่งการให้รฟท. ใช้เวลา 3 เดือนในการศึกษาแนวทาง 2 ประเด็นหลัก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจุดตัดทางรถไฟ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI ประมวลผลการกั้นการจราจร (เช่น แผงกั้นอัตโนมัติ) ควบคู่กับสัญญาณไฟจราจร และการกำหนดจุดหยุดรถไฟทางไกลที่สถานีชานเมือง เช่น ตลิ่งชัน, ลาดกระบัง ก่อนเข้ากรุงเทพฯ
โดยกระทรวงคมนาคม จะดูแลเรื่องค่าโดยสารร่วมต้องไม่เพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านระบบตั๋วร่วม เฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และระยะยาว จะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในส่วนเชื่อมต่อจุดที่หายไป Missing Link (ช่วงพญาไท-ยมราช-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) เพื่อกำจัดจุดตัดระดับดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในให้หมดไปอย่างถาวร
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอของฝ่ายค้าน เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเด็ดขาด เอาผิดผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง รัฐบาลเห็นด้วยและได้สั่งดำเนินการทันที โดยมีกล้องวงจรปิด บริเวณจุดตัดมีความพร้อมสมบูรณ์ พร้อมประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกใบสั่งและลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะที่มาตรการเสริม จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยกำกับดูแล ควบคู่กับรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงหากฝ่าฝืนกฎจราจร ส่วนข้อเสนอเรื่องการรื้อและออกแบบวิศวกรรมจราจรบริเวณจุดตัดใหม่
ที่ฝ่ายค้านเสนอให้แก้ปัญหาเชิงกายภาพ กระทรวงคมนาคม ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กทม.ปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัด ให้สอดคล้องกับรอบการเดินรถของรถไฟ และบังคับใช้มาตรการไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน ซึ่งพนักงานขับรถไฟ ไม่มีสิทธิ์นำขบวนรถผ่านจุดตัดหากระบบไม้กั้นขัดข้อง เพื่อตัดความเสี่ยงที่เห็นผลทันที
ขณะที่ข้อเสนอ ให้เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดจุดตัด เช่น สะพานข้าม อุโมงค์ทางลอดทั่วกทม. มีเป้าหมายตรงกัน ที่นำจุดตัดระดับดินออกให้หมด แต่วิธีการเห็นต่างกัน หากทำตามข้อเสนอฝ่ายค้านจะต้องปิดพื้นผิวจราจร เกิดจราจรติดขัดเป็นเวลานานสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
จึงผลักดันโครงการ Missing Link และวงแหวนรอบที่ 3 ควบคู่ไปกับการใช้การปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถ และนำระบบตั๋วร่วม มาใช้ และย้ายจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า ผู้โดยสาร ลดการวิ่งผ่านจุดตัดในเมือง ไม่สร้างปัญหาก่อสร้างบนถนนเพิ่ม
โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของทุกฝ่าย มุ่งเน้นออกแบบนโยบายครอบคลุมทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย ความรวดเร็ว และผลกระทบระหว่างทางต่อประชาชนมากที่สุด