ณัฐพงษ์ อัดร่างแก้ไขรธน. ภูมิใจไทย ขัด 3 หลักการ ล็อกสเปกผูกขาด ปัดวิจารณ์ ‘กล้าธรรม’ อยู่ฝ่ายค้านจริงหรือไม่ ยัน ไม่เซ็น MOA รอบ 2

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% จนทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมอาจโหวตให้ร่างของพรรคภูมิใจไทยว่า ตอนนี้หน้าที่ของพวกเราคือพยายามเรียกร้องหลักการ 3 ข้อ คือ

  1. ไม่ให้ตัดประชาชนออกจากสมการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
  2. ไม่ให้มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
  3. ไม่เพิ่มอำนาจให้ สว.ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ซึ่งเราต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว

แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมที่อยู่ฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตนไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกันเหมือนกับทุกพรรคการเมืองอยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการออกมาแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างว่าเป็นเจตจำนงของประชาชน ตนคิดว่าไม่ถูก เจตจำนงของประชาชนอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใส ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการนี้ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเข้ากับ 3 หลักการของพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้เห็นรายละเอียดของร่างภูมิใจไทยบ้างแล้ว ต้องบอกว่าขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่แยกสัดส่วน สส. และ สว.

“ต้องตั้งคำถามว่าตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว. อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ขัดหลักการคือการเพิ่มอำนาจให้ สว. กระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง ฉะนั้น ไม่ได้ตัดอำนาจ สว. แต่ต้องปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า มองว่าสุดท้ายจะตีตกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ในการต่อรองทางการเมืองจะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่าสอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกมธ. ซึ่งเป็นวาระ 2

ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมติขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่า การเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร

เมื่อถามว่า มีโอกาสจะเซ็น MOA ฉบับที่ 2 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคงไม่มีอำนาจไปต่อรองให้ใครมาเซ็น MOA ด้วย จากสถานการณ์การเมืองปัจจุบันทุกคนแสดงความเป็นห่วงว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีอำนาจอยู่ในสถาบันการเมืองในระบบที่ค่อนข้างที่จะแผ่อิทธิพลครอบคลุมทั้ง สส. สว. และองค์กรอิสระ

ดังนั้น วิธีการเดียวของพวกเรา คือ เอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด เอาข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชนถึงกระบวนการร่างธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาส่อให้เห็นว่าจะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต

เมื่อถามกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ออกมาให้ความเห็นว่า รัฐบาลไม่ต้องเสียเวลา แต่ให้แต่งตั้งนายเนวิน ชิดชอบ และครอบครัว มาร่างรัฐธรรมนูญเลยก็ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของนายปดิพัทธ์ ที่หลายคนอาจมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแบบนั้น

แต่ตนขอย้ำใน 3 หลักการ เรื่องใดๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้ รวมถึงร่างพรรคประชาชนจะเป็นการการันตีได้ว่าจะเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ไม่ได้ผูกขาดกับมือคนใดคนหนึ่ง แม้แต่พรรคประชาชนเองก็ตาม ทั้งนี้ คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะแล้วเสร็จ และยื่นต่อประธานสภาฯ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน