กมธ.กีฬา จี้รัฐบาลทบทวน-ต่อรองลดค่าลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026 เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจง สัปดาห์หน้า บอกเข้าใจทุกการตัดสินใจในยุควิกฤตเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงข้อห่วงใยและปัญหาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.ว่า ปัญหาอย่างยิ่ง คือการที่รัฐบาลจะต้องไปใช้เงินกองทุน ไปซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งกมธ. เห็นว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่ ก่อนเริ่มการแข่งขันทำให้เกิดข้อสงสัย และมุ่งหวังให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาลคิดทบทวนสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่
1.เรื่องไทม์โซน การถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ดู เพราะการแข่งขันอยู่ในประเทศโซนสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก มีเวลาแตกต่างกับประเทศไทยมาก ทำให้การถ่ายทอดสดอยู่ในช่วงเวลา 03.00-09.00 น. ซึ่งยากมากที่จะหาสปอนเซอร์มาซัพพอร์ตในเรื่องเงินที่จะเป็นค่าลิขสิทธิ์
2.เรื่องค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดครั้งนี้ จากที่ทราบในข่าวประมาณ 1,300 ล้านบาท แต่จริงๆ ไม่ใช่ ยังมีค่าภาษี 300 ล้านบาท และค่าเทคนิคอีก 100 ล้านบาท รวม 1,700 ล้านบาท และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีมติถอดกฎ Must have ไปแล้ว
นั่นหมายความว่า กสทช. ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุน ซึ่งเป็นเงินของประชาชนมาซัพพอร์ต สิ่งที่สำคัญคือการคิดค่าลิขสิทธิ์ อยากให้รัฐบาลทบทวนและต่อรอง เช่น จีนมีการลดค่าลิขสิทธิ์ลงหรือประมาณ 20% ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศไทยคิดกับอัตราเดียวของจีน เหลือค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 300 กว่าล้านบาท
3.บทเรียนจากปัญหาการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ในเรื่องราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่สูงมาก การแย่งสิทธิ์ถ่ายทอดสดระหว่างค่ายมือถือกับทีวีดิจิทัล และปัญหาสัญญาณรั่วไหลข้ามพรมแดน ส่งผลให้ในปัจจุบันภาคเอกชนอาจไม่กล้าเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน เพราะเล็งเห็นถึงความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
4.การพนันที่มักพ่วงมากับมหกรรมกีฬา โดยเฉพาะปัญหาการเข้าถึงพนันออนไลน์ที่ทำได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน อาชญากรรม และปัญหาสังคมนามมา
นายวัชรพล กล่าวว่า ในวันที่ 27 พ.ค. กมธ.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบถามในประเด็นดังกล่าวว่าผลความคืบหน้าและงบประมาณที่จะเสียไปกว่า 1,700 ล้านบาท หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความคิดเช่นไร
สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออยากให้รัฐบาลทบทวนและพิจารณาแนวทางต่อรองว่าจะทำอย่างไร ที่จะเจรจาลดค่าลิขสิทธิ์ให้ได้มากที่สุด รวมถึงการคำนึงถึงใช้งบประมาณของรัฐบาลให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้เกิดปัญหากับประชาชน หากสุดท้ายไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร กมธ.และประชาชนจะเข้าใจ เพราะอยู่ในช่วงที่มีปัญหาอย่างมาก
เมื่อถามว่ากมธ.มองว่าอยากให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมช่วยรัฐบาลในการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก นายวัชรพล กล่าวว่า ถูกต้อง แต่รัฐบาลต้องไปเจรจาค่าลิขสิทธิ์ ทราบว่าในการคิดค่าลิขสิทธิ์นั้นเอามาจากความนิยมในชาตินั้น ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ที่เขายอมลดให้กับจีนและอินเดีย เพราะมีจำนวนประชากรเยอะ เขากลัวจะเสียการตลาด
ตนจึงเชื่อมั่นว่าในหลายประเทศ ก็ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ และเชื่อว่าในยุคปัญหาน้ำมันแพง หากเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก คงจะมีการต่อรอง และเชื่อว่ารัฐบาลไทยต่อรองได้