ป.ป.ช.ภาค 1 เผย อปท. แชมป์ถูกร้องเรียน ‘ล็อกสเปก-ซอยงบต่ำกว่า 5 แสน’ ฮิตสุด สูญงบอสังหาฯ กว่า 2.3 พันล้าน ด้าน สตง.เสนอใช้ AI-โดรน ไล่บี้ทุจริต สกัดงบรั่วไหล
เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 ที่โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.ลพบุรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ ประจำปี 2569 โดยมีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานราชการภายใน จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี เข้าร่วมโครงการด้วย
จัดเสวนาในประเด็น “มาตรการเฝ้าระวังการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ” โดยนายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ภาค 1 นายสุทธิ สุนทรานุรักษ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 1 นางแก้วใจ คดีธรรม คลังจังหวัดลพบุรี
นายวิวัฒน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สถิติเรื่องร้องเรียนมายัง ป.ป.ช.ภาค 1 ปัจจุบันมีทั้งหมด 666 เรื่อง ส่วนใหญ่ ร้องเรียนตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าหน้าที่ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ รองลงมาคือการจัดซื้อจัดจ้าง
หน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากมีบุคลากรในพื้นที่จำนวนมาก ส่วนหน่วยงานราชการที่ถูกร้องเรียน มีทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนการร้องเรียนเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างนั้น รูปแบบที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.การล็อกสเปก 2.การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ซอยวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท 3.การฮั้วประมูล 4.การใช้นอมินี 5.การตรวจรับงานเป็นเท็จ
ส่วนมูลค่าความเสียหาย แบ่งเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ 2,305 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน 700 ล้านบาท เงินอุดหนุน 497 ล้านบาท คุรุภัณฑ์ยานพาหนะ/เทคโนโลยี 450 ล้านบาท
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า การคอร์รัปชันในปัจจุบันยังคงมีอยู่ และรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเรียนมักไม่กล้าเปิดเผยตัวตน และเป็นการส่งข้อมูลแทน แม้ ป.ป.ช.จะมีกระบวนการคุ้มครองพยาน แต่ผู้ร้องเรียนก็ยังมีความเกรงกลัวอิทธิพล ผู้ใต้บังคับบัญชายังคงเกรงกลัวผู้บังคับบัญชา จึงทำให้การทุจริตยังมีเพิ่มมากขึ้น
ด้านนายสุทธิ กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ทีโออาร์ การเสนอราคา พบลักษณะความผิดปกติ เช่น กรณีการฮั้วหรือสมยอมราคากัน ซึ่งมี 2 รูปแบบหลัก คือเกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบหรือจ้าหน้าที่และระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่รูปแบบการเสนอราคา ประมูลใกล้เคียงกับราคากลางมากที่สุด หรือ กันไม่ให้คนนอกกลุ่มฮั้วเข้ามา
นอกจากนี้ยังพบการตรวจรับงานอันเป็นเท็จ ตรวจงานที่ไม่มีงานอยู่จริง เช่น ก่อสร้างถนนแต่ไม่มีถนน หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างทั้งที่ไม่มีการอนุมัติ และโจทย์ใหญ่คือการใช้ไม่เต็มศักยภาพ เช่น ก่อสร้างแล้วไม่ใช้หรือปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาสำหรับประเทศไทยและทั่วโลก
ทั้งนี้ แม้รูปแบบการทุจริตบางเรื่องไม่ต่างจากเดิมสามารถป้องกันได้ แต่บางเรื่องก็เปลี่ยนไปมาก ทำให้นวัตกรรมการจัดซื้อจัดจ้างก็เปลี่ยนไปด้วย แต่ปัจจุบันมีการตรวจสอบแบบ real time audit ตรวจสอบและสามารถระงับได้ทันที พร้อมยกตัวอย่าง ป.ป.ช.นำโดรนมาใช้ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปถึงหรือเสี่ยงภัย
เห็นว่าการต่อต้านทุจริตจำเป็นต้องทำทั้งหน้างานและหลังบ้าน ต้องมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันการทุจริต พร้อมเสนอแนะแนวทางการป้องกันการทุจริตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุทธิ กล่าวว่า ในมุมมองของผู้ตรวจสอบ พยายามมองในมิติสร้างสรรค์ คือทำอย่างไรให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตอบโจทย์ทุกอย่าง ตั้งแต่ความโปร่งใส ความรับผิดชอบและตอบโจทย์การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่ง สตง.พยายามสื่อสารผลการตรวจสอบให้ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบ
หากต้องการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพหรือดีขึ้นเพื่อป้องกันการทุจริต ต้องมีการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบ เช่น การใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจจับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจจับกลุ่มบุคคลว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ หรือมีสายสัมพันธ์กับพรรคการเมืองหรือไม่
ขณะเดียวกันหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช.และ สตง.ต้องทำงานร่วมกัน เพราะมีกลไกเฝ้าระวังตามอำนาจหน้าที่ สุดท้ายประชาชนทุกคนต้องตระหนักในการมีส่วนร่วมเพราะคือเงินภาษีของประชาชนทุกคน