‘อนุชา’ เปิด 5 นโยบาย ท้าชิงผู้ว่าฯกทม. อีก 30 วันขอลุยหาเสียง เชื่อคนเมืองหลวงไม่ได้ดูแค่โพล แต่ดูผู้สมัครและนโยบายด้วย

26 พ.ค. 69 – ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร ภายใต้แคมเปญ “เมืองฟ้าอมร… and more”

นายอนุชา กล่าวว่า จากการพูดคุยปัญหาของ สก. กรุงเทพฯ 50 เขต ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจไม่เหมือนกันเลย กรุงเทพชั้นในจะมีปัญหาแบบหนึ่งจึงต้องการชีวิตอีกแบบหนึ่ง ขณะที่กรุงเทพชั้นนอกมีความต้องการอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นเราจึงพยายามออกแบบเพื่อให้ครอบคลุมให้มากที่สุด แต่เป็นไปไม่ได้ที่นโยบายที่เรานำเสนอจะครอบคลุมทุกคน จึงเป็นเหตุผลที่พรรคส่งผู้สมัคร สก.ทั้ง 50 เขต

หลังจากพูดคุยกันมาทั้งหมด เราเห็นปัญหาและสิ่งที่คิดว่าเราสามารถเดินหน้า เพื่อชาวกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอตัวเข้ามาทำงาน ผ่านแนวคิด “And More” วางนโยบาย 5 ด้าน

1. การเดินทางสะดวก : ผลักดันให้รถเมล์ ขสมก. ย้ายมาอยู่ใต้การดูแลของ กทม. เพื่อออกแบบเส้นทางเดินรถเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด นำรถ Shuttle Bus พลังงานไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ระบบขนส่งหลัก ใช้ AI ตรวจสอบเส้นทางที่ประชาชนสัญจรหนาแน่น รวมถึงการฟื้นฟูเส้นทางสัญจรทางเรือด้วยเรือไฟฟ้า (EV) นอกจากนี้จะเร่งประสานรัฐบาลและเอกชน ผลักดันระบบตั๋วร่วมให้เกิดขึ้นจริง

2. เมืองสะอาด : เปลี่ยนระบบกำจัดขยะ กทม. ศูนย์กำจัดขยะหลัก เช่น อ่อนนุช หนองแขม สายไหม จะยกระดับเป็นระบบปิด 100% ผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ลดการฝังกลบ กระจายศูนย์จัดการขยะไปยังโซนกรุงเทพเหนือและตะวันออก เพื่อลดระยะเวลาและมลพิษจากการขนส่ง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายการตรวจจับรถควันดำ ควบคุมฝุ่นจากไซต์งานก่อสร้าง

3. ใช้ชีวิตสบายทั้งร่างกายและจิตใจ : เพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุเพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่เพิ่มขึ้น พร้อมให้ผู้สูงอายุได้รับการรักษารวดเร็ว ขณะพื้นที่ว่างเปล่าในกทม. ที่ไม่ได้ใช้ จะนำมาทำประโยชน์ เช่น พื้นที่ศิลปะให้ศิลปินได้แสดงออก สวนหย่อม สวนกีฬา สวนสาธารณะ

4. มีรายได้มากขึ้น : ผลักดันการเพิ่มรายได้ให้แก่กทม. นำมาพัฒนาเมือง เช่น จัดเก็บภาษีที่พักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมทั้งสร้างโครงการจ้างงานทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณกลับเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครเพื่อสร้างรายได้เสริม

5. ความโปร่งใส : จะใช้แอปพลิเคชันส่องรัฐเข้ามาตรวจสอบการทำงานของกทม. เพื่อจับตาความโปร่งใส ไม่นิ่งเฉยเพื่อตรวจสอบในทุกธุรกิจ และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กทม. ในยุคประชาธิปัตย์ จะไม่ปฏิเสธความรับผิดชบ แต่จะเป็นเจ้าภาพนำทุกปัญหามาแก้ไข

นายอนุชา กล่าวต่อว่า เหลืออีก 30 วัน จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ ตนตอบไม่ได้ว่าคน กทม. จะไว้วางใจตนหรือไม่ เพราะต่างโพลต่างผลลัพธ์ ทั้งนี้การสำรวจเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา แต่คน กทม. ดูความมุ่งมั่น ดูผู้สมัครและนโยบายด้วย ไม่ใช่ดูแค่โพลเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน