นายกฯ ปลื้ม ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรกทะลุ 25 ล้านคน บอกรอ 1 มิ.ย. ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการจ่ายเงินเข้าระบบ ขอประชาชนใช้สิทธิ์ต่อเนื่องทุกเดือน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 พ.ค.2569 (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ขณะนี้เหลือสิทธิ์อีกประมาณ 5,300,000 สิทธิ์ว่า เราให้สิทธิ์ทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ์ เมื่อวาน (25 พ.ค.) เป็นวันแรกของการลงทะเบียน
ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ในเรื่องการยืนยันตัวบุคคลก่อนการใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเมื่อวานวันเดียวก็มีประชาชนขอยืนยันสิทธิ์ถึง 25 ล้านคน
ถือว่าพี่น้องประชาชนให้การตอบสนองต่อโครงการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดันออกมา เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายและลดภาระค่าครองชีพประชาชน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญสภาวะการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน รัฐบาลก็มีความมุ่งมั่นที่จะให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งไม่ใช่คนละครึ่ง แต่เป็น 60/40 น่าจะทำให้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ลดต้นทุนของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสิทธิ์นี้ไม่เหมือนตอนคนละครึ่งที่มีเวลาเพียง 2 เดือน คือ เดือนพ.ย. และ ธ.ค. จากนั้นหมดลงพร้อมวาระของรัฐบาล
แต่เมื่อประชาชนให้รัฐบาลของตนได้กลับมาดูแลพี่น้องประชาชนอีก รัฐบาลก็เร่งดำเนินการโครงการนี้ทันที ประกอบกับมีสถานการณ์วุ่นวายในโลก ตนก็ได้มอบนโยบายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ไปพิจารณา เพราะตอนหาเสียงเราใช้คำว่าพลัส จึงต้องทำให้เกิดแรงผลักดันมากกว่าเดิม
ซึ่งก็กลับมาด้วยโมเดลคำว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” เพราะคิดคำจำกัดความ 60/40 ไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้คนเข้าใจ ไม่เหมือนคนละครึ่ง โดยช่วงเวลาของโครงการก็ขยายเป็น 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท
จึงขอวิงวอน แนะนำให้ประชาชนใช้ทุกเดือน เพราะรัฐบาลให้สิทธิ์ถึง 30 ล้านคน หากไม่ใช้แล้วสะสมนั้นไม่ได้ เราต้องมีการเตรียมการใช้จ่ายงบประมาณ ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ใช้เลย 3 เดือน อยากใช้ 4,000 บาทในเดือนสุดท้าย หากพูดภาษาชาวบ้านคือรัฐบาลหมุนเงินไม่ทัน จึงต้องฝากให้ช่วยกันจับจ่ายใช้สอย เพราะนี่ไม่ใช่โครงการแจกเงิน แต่เป็นโครงการร่วมกัน หากพี่น้องประชาชนไม่ใช้ รัฐบาลก็ไม่ต้องเสีย
ดังนั้น ถ้าใช้ก็จะเกิดแรงบวกสองเด้ง พี่น้องใช้ รัฐบาลสมทบ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่จะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ จะต้องเกิดการกระตุ้นและทำให้มีแรงจ่าย อย่าไปดูว่าใช้เงินแค่นี้ จะได้กี่มากน้อย ต้องดูคนทั่วไป
“ผมได้รับฟีดแบกที่ฟังแล้ว หากมีเวลามีโอกาสจะต้องทำต่อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือผู้ประกอบการ แม่ค้าที่ขายปลีก บอกว่าขายได้เยอะขึ้น บางคนได้ 5 เท่า 10 เท่า มันเป็นความหมาย การที่เขามียอดขายเพิ่ม 5 เท่า 10 เท่า หมายถึงจุดที่เกินจุดคุ้มทุน ที่เหลือคือกำไรของเขา
ตรงนี้อยากขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกัน ถึงเรียกว่าไทยช่วยไทย พี่น้องช่วยใช้จ่าย 40 เปอร์เซ็นต์ รัฐออก 60 เปอร์เซ็นต์ แต่คนที่ได้ คือคนที่เราไปซื้อของเขา เขาก็ไปซื้อต่อ ต่างคนต่างช่วยกัน ประเทศไทยก็จะมีฐานการเงินที่มั่นคงขึ้น ซึ่งผมก็รอถึงต้นเดือน มิ.ย. ที่เราจะเริ่มโครงการนี้ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการใช้จ่ายเงินพวกนี้เข้าในระบบให้เร็วที่สุด” นายกฯ กล่าว