ภคมน แฉทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน รับแลนด์บริดจ์ ประชาชนถูกบีบให้ขายกลายเป็นผู้เช่า อัดรัฐบาลซุก พ.ร.บ.SEC เอื้อต่างชาติ ลั่นถ้าคนอื่นทำคงโดนจวกขายชาติ ชี้ซอยโครงการถามความเห็น ชาวบ้านยอมรับไม่รู้ตัว ถาม ‘พิพัฒน์’ ยังรักคนใต้เหมือนช่วงหาเสียงหรือไม่
วันที่ 28 พ.ค. 2569ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีน.ส.มัลลิกา จิรพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงโครงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์)
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน เสนอญัติว่า การพัฒนาภาคใต้ถูกนำเสนอผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ ถูกนำเสนอมาแล้วต่อเนื่องผ่านนายกรัฐมนตรี 3 คน แต่หากจะพูดกันอย่างตรงไปตรงมานโยบายแลนด์บริดจ์ เป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 และรอบนี้พรรคภูมิใจไทยเข้ามามีอำนาจบริหารเต็มที่ ก็ดูเหมือนจะเดินหน้าและมีท่าทางว่าจะเอาจริง
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่ได้ขวางการพัฒนาภาคใต้ แต่เพื่อให้ประชาชนจับอาการพยายามแรงกล้าของรัฐบาลที่จะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ทั้งที่มีเสียงทักท้วงทุกแวดวง ประชาชนจำเป็นต้องรู้ทันว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลต้องการอะไรกันแน่
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลพยายามสื่อสารเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์อยู่เสมอว่าโครงการนี้จะเป็นโอกาสสร้างเงินสร้างรายได้ของพี่น้องประชาชนในภาคใต้ และเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวถูกเส้นคนใต้ เพราะภาคใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่จริง ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่เคยพูดให้ชัดว่าก่อนที่จะมีโครงการดังกล่าวต้องมีกฎหมายพิเศษหรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor หรือ SEC) ก่อน
โดยพ.ร.บ.SEC จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งมีอำนาจแบบรัฐเหนือรัฐ สามารถอนุมัติ อนุญาตและยกเว้นกฎหมายปกติได้อย่างน้อย 16 ฉบับ รวมถึงสามารถอนุมัติ อนุญาตสัมปทานที่ดินให้กับต่างชาติได้ชั่วลูกชั่วหลานถึง 99 ปี
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า แม้วันนี้รัฐบาลจะบอกว่าปรับปรุงและแก้ไขแล้วเหลือเพียงแค่ 50 ปี แต่คณะกรรมการชุดนี้สุดท้ายแล้วท่านก็สามารถที่จะแก้ไขต่อสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 49 ปีซึ่งรวมเป็น 99 ปีอยู่ดี
นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาประกอบอาชีพที่เคยถูกสงวนไว้ให้กับคนไทยได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกพูดถึงและนี่ก็เป็นความจริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้คำโฆษณา หากมีโครงการแลนด์บริดจ์ งานและรายได้เหล่านี้จะตกเป็นของใคร คนไทยในพื้นที่ หรือทุนใหญ่หรือทุนต่างชาติ
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า เมื่อมีทุนใหญ่เข้ามา แน่นอนว่าตัวเลขจีดีพีก็พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลก็จะพูดได้ว่าเป็นผลงานของรัฐบาล แต่เม็ดเงินจริงๆ แล้วมันเข้ากับกระเป๋าใคร เมื่อสู้ทุนใหญ่ไม่ได้ประชาชนในพื้นที่ก็จะถูกผลักให้เป็นพลเมืองชั้นสองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
“หากท่านนึกไม่ออก จำไม่ได้หลงลืมไปแล้ว จะมีเพื่อนสมาชิกมาพูดให้ฟังถึงความล้มเหลวของโครงการ EEC หากเป็นคนอื่นที่ตั้งท่าจะผลักดันกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติขนาดนี้ท่านคงกล่าวหาเขาได้ว่าเป็นโครงการขายชาติ โครงการไม่รักชาติ แต่เมื่อถูกผลักดันโดยคนรักชาติเอง จึงไม่เป็นไร ท่านไม่รักให้ตลอด ท่านรักเป็นเรื่องๆ”
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า คำถามต่อมาสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ชุมพร และจ.ระนอง ก็มีการกว้านซื้อที่ดินอย่างหนักจากนายทุนเพียงเจ้าเดียว ซึ่งเรื่องนี้ตนได้เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และได้เรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงไปในพื้นที่เพื่อที่ท่านจะได้ทราบว่านายทุนที่ตนบอกว่ากว้านซื้อที่ดินที่เขาเรียกกันว่าอาม่านั้น แท้จริงแล้วเป็นอาม่าไหน
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า เมื่อตนเปิดไปว่าเป็นอาม่า ท่านก็ตกใจขวัญอ่อนเอาอาม่ามารีน หรือ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัทของน้องชายท่านมาแถลงว่าไม่เกี่ยวข้อง คนเค้าขำกันทั่วเมือง เพราะคนละอาม่า แทนที่นายพิพัฒน์จะสวมบทบาทรัฐมนตรีปกป้องทรัพยากรของชาติ แต่ท่านกลับสวมบทบาทนายทุนปกป้องสมบัติของตัวเอง
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า จากการที่ตนลงพื้นที่พบว่าลักษณะการซื้อที่ดินของนายทุนคนนี้เขาสามารถคำนวณได้เลยว่าพื้นที่ตรงนี้หาก SEC ผ่านมันจะถูกแปลงเป็นอะไร และลักษณะการซื้อที่ดินเขาจะจัดซื้อที่ดินห่างจากที่ดินที่ถูกเวนคืนประมาณ 200 เมตร ซื้อหมดไม่สนว่ามีโฉนดหรือไม่มีโฉนดแล้วบอกกับชาวบ้านว่าเขาสามารถไปออกโฉนดได้
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า พื้นที่สำคัญที่เขาซื้อไปแล้วคือพื้นที่แหลมริ่ว พื้นที่หลังท่าที่เรารู้ดีว่าจะเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญ และมีมูลค่าสูงมากหากมีท่าเรือเกิดขึ้น ขณะนี้อาม่าซื้อภูเขาริ่วไปแล้วทั้งลูกตั้งแต่หน้าหาด ขึ้นภูเขา ทะลุไปออกถนนใหญ่
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า แม้ว่าชาวบ้านบางคนเขาจะไม่อยากขาย แต่สุดท้ายเขาก็ถูกบีบให้ต้องขาย ซึ่งเมื่อขายแล้วอาม่าก็ใจดีไม่ไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่ให้ประชาชนเช่าที่ตัวเองปีละ 5 หมื่นบาท หักตั้งแต่ตอนซื้อเลย แม้ว่ากฎหมายจะยังไม่ถูกบังคับใช้แต่นายทุนกับเดินเกมล่วงหน้าไปแล้ว แถมยังทำเงินได้อีกด้วย
“นายทุนเจ้านี้เขาครอบครองที่ดินชนิดที่ว่าประชาชนในพื้นที่เขาแซวกันว่า อำเภอนี้จะสามารถเปลี่ยนชื่อเป็นนายทุนคนนี้ได้แล้ว มันมากพอหรือยังที่รัฐบาลจะต้องลงไปตรวจสอบท่านจำเป็นต้องไปตรวจสอบหรือไม่ว่า การซื้อที่ดินที่ไม่มีโฉนดแล้วไปบอกว่าสามารถออกโฉนดได้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้างที่อำนวยความสะดวกอยู่”
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า แม้ว่าท่านจะได้ยินข้อมูลของตนแล้วบอกว่าเป็นการลงทุนปกติของนักธุรกิจ แต่ตนเชื่อว่าไม่มีรัฐบาลที่ไหนปล่อยให้นายทุนเจ้าเดียวกว้างซื้อที่ดินเกือบทั้งอำเภอ ขออย่าเมินเฉยแล้ว ปล่อยให้ประชาชนเขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจากที่เขาเคยหากินบนที่ดินของตัวเอง แต่วันนี้ถูกบีบให้ต้องขายแล้วต้องเช่าที่ดินตัวเอง
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนที่เป็นนายทุนใหญ่จะไม่ได้รับสัญญาณจากผู้ที่มีอำนาจ มาว่าการลงทุนหมื่นล้าน พันล้านบาทนั้นจะได้รับกำไรที่มีมูลค่าสูงกลับมา ตนคิดว่าวันนี้รัฐบาลอาจจะกำลังแบ่งรับแบ่งสู้กับโครงการนี้ เพราะท่านรู้ดีว่านี่คือการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญของรัฐบาลภูมิใจไทย และคณะกรรมการศึกษาของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
“จะไฟเขียวหรือหาทางลง ก็ขอให้ตัดสินใจดีๆ แต่ขณะนี้อยากทราบว่านายพิพัฒน์ยังยืนกรานเสียงแข็งที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ ท่านยังรักคนใต้เหมือนที่รักในช่วงหาเสียงหรือไม่ เพราะช่วงหลังมานี้ท่านยกเลิกภารกิจที่จะลงไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์บ่อย และล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรก็ถูกเลื่อนออกไป”
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า มีประชาชนในพื้นที่เขาเฝ้ารอที่จะสะท้อนปัญหาและถามถึงความชัดเจนของโครงการดังกล่าวก็ไม่ได้ถาม สุดท้ายตนคิดว่าการที่จะเผชิญหน้ารับฟังความคิดเห็นของประชาชนมีความจำเป็นในฐานะผู้บริหารประเทศนี้
นอกจากนี้ประเด็นที่ต้องถามว่า ขณะนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่กันแน่ เพราะมีประชาชนตั้งข้อสังเกต ตนได้ลงพื้นที่ไปรับฟังด้วยหูของตัวเอง วันนี้รัฐบาลกำลังเล่นแร่แปรธาตุ ซอยโครงการรับฟังความคิดเห็นในโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ ท่านกำลังต่อจิ๊กซอว์ย่อยโครงการรับฟังความคิดเห็นหรือไม่
“เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เรื่องการก่อสร้างทางรถไฟราง 1.43 เมตรชุมพร-ระนอง ซึ่งอยู่ในเขตโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ท่านไม่ได้ใส่คำว่าแลนด์บริดจ์ลงไปในชื่อโครงการและใช้วิธีเดียวกับโครงการสร้างถนน MR8 มอเตอร์เวย์ชุมพรระนอง ให้ชาวบ้านไปเซ็นหลังเอกสารสุดท้ายเพื่อรับโครงการถนนสี่เลน โดยไม่บอกว่ามอเตอร์เวย์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลนด์บริดจ์”
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ทั้งที่การพูดถึงผลกระทบต้องพูดถึงภาพใหญ่ทั้งหมด หรือเพราะท่านรู้ว่าแลนด์บริดจ์เป็นยาขมที่หากพูดออกไปประชาชนจะออกมาคัดค้าน ท่านจึงเอาความฝันของการอยากมีถนนหนทางของประชาชน เอาเรื่องอยากมีรถไฟเชื่อมต่อระหว่างเมืองและชนบทของประชาชนใช้เล่นกลในการสอบถามพวกเขาเช่นนั้น
“เมื่อท่านไปถามแยกย่อยเช่นนั้น ประชาชนก็บอกว่ากระทบไม่เยอะ รู้ตัวอีกทีท่านต่อจิ๊กซอว์เสร็จเป็นภาพใหญ่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านยอมรับโครงการไปโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ว”
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หากเริ่มต้นเช่นนี้การพัฒนาในแบบที่รัฐบาลกำลังจะทำจะผลิดอกออกกำไรให้กับประชาชนได้ตรงไหน ตนคิดว่าวันนี้รัฐบาลต้องวางมูลค่าผลประโยชน์ที่ท่านคำนวณเอาไว้ลงกล่อง แล้วกลับมาที่โจทย์ตามญัตติของตนที่เสนอว่าการพัฒนาภาคใต้ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนความจำเป็นเช่นไร
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า หากเราคิดกันโดยปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ตนคิดว่าเราจะมีตัวเลือกที่เป็นโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนได้ วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่การไปคุยกับนายทุนแล้วเอาโครงการใหญ่มายัดเยียดให้กับประชาชน แต่ท่านต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดบทสนทนาในรูปแบบใหม่ๆ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ตนรู้สึกเสียดายเสียโอกาสแทนคนใต้มากๆ เราเสียเวลาในการจินตนาการกับเรื่องแลนด์บริดจ์มากเกินไป นานจนไม่มีจิตใจที่จะจินตนาการถึงการพัฒนาในแบบอื่นเลย ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรที่หลากหลาย มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดและสร้างมูลค่าได้มหาศาล มีทรัพยากรที่จะสร้างพลังงานสะอาดได้ หรือรัฐบาลไม่ต้องรอ ลงทุนตูมเดียวกับแลนด์บริดจ์
“ท่านค่อยๆ ทำไป ท่านไปปรับปรุงเรื่องท่าเรือระนองและยกระดับให้เป็นประตูทางการค้าทางฝั่งทะเลอันดามันไปสู่เมียนมาและเอเชียใต้ได้ ท่านยกระดับจังหวัดข้างเคียงจังหวัดระนองคู่ขนานกับการผลักดันโครงการท่าเรือระนอง”
“พัฒนาโครงการท่าเรือสงขลาใหม่และยกระดับเป็นศูนย์กลางขนส่งภาคใต้ตอนล่าง ยกระดับเส้นทางรถไฟรางคู่ ที่รัฐมีโครงการจะทำอยู่แล้วเชื่อมท่าเรือปีนังกับหาดใหญ่-สงขลาด้วยทางราง เชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังฝั่งมาเลเซีย เชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ให้ครบทั้งทางเรือ ทางราง ทางรถยนต์”
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลต้องวางผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวกพ้องไว้ก่อน แล้วกลับมาที่คำถามสำคัญที่สุดคือเราจะพัฒนาภาคใต้อย่างไรให้คนใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขการลงทุนหรือเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ภาคใต้เราไม่ได้ขาดโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่ต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่มีงานที่มั่นคง มีรายได้ที่เป็นธรรม มีที่ดินทำกิน มีสิทธิในการกำหนดอนาคตบ้านของตัวเอง และลูกหลานมีโอกาสเติบโตในบ้านเกิดได้อย่างมีศักดิ์ศรี
รัฐควรสร้างพื้นที่ให้เกิดพูดคุยกันกับประชาชน เพื่อให้เห็นอนาคตร่วมกัน ไม่ใช่หนีหน้าประชาชน เลี่ยงคำพูดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ปล่อยให้การพัฒนาถูกผูกขาดอยู่กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนได้รับเพียงเศษเสี้ยวของผลประโยชน์ แต่ต้องแบกรับผลกระทบทั้งหมด
“สุดท้ายอาจมีคนบอกว่าพวกดิฉันไม่เคยบริหาร ทำงานไม่เป็น แต่ถ้าการทำงานเป็นคือการทำให้ผลประโยชน์ตัวเองงอกเงย ดิฉันก็ภูมิใจที่ยืนข้างประชาชน หลังจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชนจะขึ้นมาฉายภาพให้เห็นว่า การพัฒนาที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง หน้าตาควรเป็นอย่างไร แล้วสังคมจะได้ร่วมกันพิสูจน์ว่า วิธีคิดแบบไหนคือการทำงานเป็นและทำงานเพื่อประเทศโยชน์ของประเทศจริงๆ” น.ส.ภคมน กล่าว