“ชัยวัฒน์” แจงเหตุผล ตั้ง “สุรพล” นั่งกุนซือ ได้รับการยอมรับในวงการกฎหมาย ยัน ไม่ได้ลดอุดมการณ์เพื่อคะแนนเสียง ดูจากประสบการณ์-ความสามารถล้วนๆ ย้ำ เปลี่ยนคนเห็นต่างมาสนับสนุน โยนเจ้าตัวแจงเอง จุดยืนเห็นด้วยรัฐประหาร

3 มิถุนายน 2569 – ที่ซอยรามคำแหง 53 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแต่งตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ว่า

เราได้มีการทำงานร่วมกับ นายสุรพล มานานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมาด้วยจังหวะการเคลียร์ภาระงาน ก่อนหน้านี้ยังไม่ค่อยสะดวกเปิดตัว แต่ก็ต้องเรียนว่า สาเหตุที่เชิญนายสุรพล มา ก็เพราะเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถ ในการจัดการองคาพยพขนาดใหญ่ของ กทม.

ไม่ว่าจะเป็น บริษัทกรุงเทพธนาคม รวมถึง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่อยู่สังกัดภายใต้ กทม. โดยเราต้องอาศัยประสบการณ์ และความเข้าใจในการบริหารองคาพยพขนาดใหญ่จากนายสุรพล จึงเป็นเหตุผลที่ นายสุรพล จะเข้ามาช่วยทีมบริหารของ กทม.ได้เป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องอื่น นายสุรพลได้ชี้แจงแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้ผ่านรายการโทรทัศน์แล้ว นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ก็ได้ชี้แจงไปแล้วด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่า การเปิดตัว นายสุรพล จะเป็นผลดีมากกว่าใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เราน้อมรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ และความรู้สึกของประชาชน แต่เราก็มีหน้าที่ชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจ ว่าเรามีหน้าที่เป็นพรรคการเมืองที่มีเป้าหมาย ให้ประเทศไทยและสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าและการที่จะก้าวไปข้างหน้าได้ดีขึ้น จะต้องมีคนเห็นด้วยและสนับสนุนเรามากขึ้น โดยเฉพาะคนที่เห็นต่าง เคยไม่สนับสนุนเรา

“เราจะเปลี่ยนคนกลุ่มนี้ให้มาเป็นผู้สนับสนุนเรา ให้เห็นด้วยในการผลักดันนโยบาย ผลักดันสังคม ให้สังคมไทยก้าวหน้าไปพร้อมกับเรา” นายชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการตอบแทน นายสุรพล ที่เขียนคำให้การคดียุบพรรคก้าวไกล ใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย เป็นเรื่องที่เราเห็นความรู้ความสามารถ การบริหารองค์กรรัฐและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่

เมื่อถามว่า ไม่มีคนอื่นในฝั่งก้าวหน้าที่มีคุณสมบัติเพียงพอแล้วหรือ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่เพียงพอหรือว่าอะไร แต่ตนมองว่า ประสบการณ์ ที่ตรงกับ บริษัทกรุงเทพธนาคม และมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นประสบการณ์ที่เราเล็งเห็นจาก นายสุรพล ที่มีประโยชน์อย่างมาก หากได้มาเป็นที่ปรึกษาในการบริหาร

เมื่อถามว่า อำนาจในการตัดสินใจเลือก นายสุรพล เป็นของ นายชัยวัฒน์ เองใช่หรือไม่ หรือกรรมการบริหารพรรคประชาชนเป็นคนเลือก นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลายอย่างในการตัดสินใจของพรรคประชาชน ไม่ได้ตัดสินใจโดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่มีทีมบริหาร ไม่ว่าจะเป็นทีมบริหารของพรรค ซึ่งตนก็เป็นรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่ง และเป็นทีมนโยบายที่ดูยุทธศาสตร์ของ กทม. ได้พูดคุยและมีการตัดสินใจร่วมกัน

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตจากผู้สนับสนุนพรรคว่า เป็นการลดอุดมการณ์ของพรรค เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า “เราไม่ได้มองเรื่องคะแนนเสียงหรืออะไร เราเรียนไปตามตรง อย่างที่ผมได้บอกไปจริงๆ ความสามารถของบุคคล และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์

ทั้งการบริหารกรุงเทพมหานคร และการใช้กฎหมายมหาชน ซึ่งนายสุรพลเป็นอาจารย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายมหาชน เป็นการมองความสามารถล้วนๆ ไม่ได้มองเรื่องอื่นเรื่องใด”

เมื่อถามว่า ได้มีการเคลียร์กันถึงจุดยืนเรื่องการรัฐประหารแล้วใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า นายสุรพล ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนหากมีคนต่อต้าน หรือกระแสตีกลับ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสื่อสาร เรื่องแบบนี้เป็นการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนมากกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน