ยื่นเลขาฯ วุฒิสภาสอบด่วน ชี้คณะกรรมการสรรหา กสทช.อาจหมดอำนาจแล้ว ตั้งคำถามประชุม-เบิกงบฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นายธเนศณัฏฐ์ สุคนธพันธ์ ทนายความ เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ค. พร้อมขอให้ระงับการดำเนินการและการเบิกจ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติทางกฎหมายที่ชัดเจน

โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มีหน้าที่ดำเนินกระบวนการสรรหา และเสนอรายชื่อบุคคลเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งเท่านั้น จึงมีข้อสงสัยว่าเมื่อการสรรหาแล้วเสร็จ และรายชื่อถูกนำเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งตามกฎหมายแล้ว คณะกรรมการสรรหายังคงมีสถานะและอำนาจหน้าที่ในการจัดประชุม หรือพิจารณาประเด็นอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

นายธเนศณัฏฐ์ เผยว่า การประชุมเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับการสรรหา อาจเป็นการดำเนินการภายหลังสิ้นสุดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาแล้ว จึงควรตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความชัดเจน นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการประชุมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยประชุม ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่ารับรอง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเห็นว่าหากภายหลังพบว่าการประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเบิกจ่ายเงินงบประมาณดังกล่าวอาจต้องได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกัน

นายธเนศณัฏฐ์ เปิดเผยว่า ตนได้ขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การวินิจฉัยสถานะและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. การระงับการประชุมหรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน การชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการประชุมดังกล่าว รวมถึงการตรวจสอบความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการดำเนินการหรือใช้งบประมาณโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายธเนศณัฏฐ์ กล่าวว่า ขอให้พิจารณาส่งเรื่องให้หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายการใช้จ่ายงบประมาณหรือการใช้อำนาจโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การยื่นเรื่องครั้งนี้มิได้มีเจตนากล่าวหาบุคคลใดเป็นการล่วงหน้า แต่เห็นว่าเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจขององค์กรอิสระและการใช้เงินสาธารณะ จึงควรได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมขอให้แจ้งผลการตรวจสอบกลับภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน