กมธ.กฎหมาย หารือ ‘รมว.ยธ.’ ปิดช่องโหว่คดียิง สส.กมลศักดิ์ พบปืนโยงกองทัพเรือ เผยหากมี จนท.รัฐเอี่ยวเบื้องหลังไอโอต้องดำเนินการ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ นายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการ นายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานคณะกรรมาธิการ นายองอาจ วงษ์ประยูร รองประธานคณะกรรมาธิการ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ เข้าติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ การส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม หารือแลกเปลี่ยนข้อมูล

นายรังสิมันต์ เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้มีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยหารือกับกระทรวงยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องทุนสีเทา ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และรวมถึงเรื่องล่าสุดที่วานนี้ (4 มิ.ย.69) ได้ประชุมพิจารณาร่วมกันเรื่องของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าเราจะสร้างบรรยากาศที่ทำให้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งกรณีของ สส.กมลศักดิ์ เรามองว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะเป็นการลอบยิง และยังเป็นการทำลายบรรยากาศการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บริเวณชายแดนใต้ อีกทั้งยังพบว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุยิงนั้น เป็นปืนของกองทัพเรือ และรถที่นำมาใช้ก่อเหตุก็เป็นของราชการ ผู้เกี่ยวข้องก็ดันเกี่ยวข้องกับกองทัพ

ดังนั้น หลากหลายปัจจัยเหล่านี้ จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า เรื่องนี้น่าจะมีมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัวหรือไม่ และเมื่อหน่วยงานหรือคนที่อยู่ในระบบราชการยังเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงหรือมีความร้ายแรงอะไร ตนมองว่าเป็นการประเมินสถานการณ์ที่เบาเกินไปกว่าความเป็นจริง ทำให้เราต้องมาหารือกับกระทรวงยุติธรรมว่า จะเข้ามามีบทบาทอย่างไรได้บ้าง

นอกจากนี้ จะหารือในเรื่องการฟ้องปิดปาก เพราะจริงๆ กระทรวงก็มีร่างกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งต้องหาวิธีการพูดคุยกัน เพราะเราอยากสร้างบรรยากาศให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐสภา คือในส่วนของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กับฝั่งของผู้ปฏิบัติ ผู้ออกนโยบาย รมว.ยุติธรรม หวังว่าวันนี้จะเป็นการพูดคุยหารือกันเป็นไปด้วยดี ส่วนกรณีที่ประชาชนอาจจะให้ความสำคัญคงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายไป เรื่องนี้ได้ติดตามความคืบหน้าด้วย

นายรังสิมันต์ เผยอีกว่า มองว่าในการประชุมวันนี้คงไม่ได้มองเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่จะต้องได้คำตอบจากหน่วยงานภาครัฐ เพราะมองว่าทุกเรื่องควรที่จะได้คำตอบที่ชัดเจน เราจึงหวังว่าวันนี้คงจะไม่ได้คิดแค่การมาวันนี้แล้วจะต้องจบทุกปัญหา แต่ตนคิดว่าวันนี้สำคัญคือ เราอาจจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ราบรื่นขึ้น และในโอกาสต่อไป คณะกรรมาธิการจะทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในหลากหลายมิติมากขึ้น จึงอยากเห็นความร่วมมือระหว่างกัน จึงค่อนข้างคาดหวังว่าวันนี้เรามองหาการทำงานร่วม อาจจะไม่ได้รวดเร็วไปทุกเรื่อง เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องข้อระเบียบ แต่สำคัญคือว่าเราจะสร้างเจตจำนงร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมาธิการให้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากเรามองเห็นปัญหาคล้าย และเรามีข้อเท็จจริงหลากหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน คิดว่าน่าจะนำมาใช้แก้ปัญหาได้

นายรังสิมันต์ เผยว่า เมื่อสักครู่นี้ก่อนการประชุมตนพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับ รมว.ยุติธรรม เช่นปัญหาสแกมเมอร์ ที่ตนเคยตั้งกระทู้สอบถามรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีมีข้อมูลและสอบถามกับตำรวจ วันนี้เป็นการที่เราเอาข้อมูลมารวมกัน อย่างน้อยจะได้หาทางออกว่าจะเป็นอย่างไรได้บ้าง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีอาญา คณะกรรมาธิการสามารถออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลได้ และเราย้ำว่าไม่เคยหวงข้อมูลเลย ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการประชุมต่างๆ อย่างไรก็ต้องถูกเผยแพร่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อหน่วยงานได้มาเข้าร่วมประชุม ก็จะได้รับรู้รับทราบในส่วนที่คณะกรรมาธิการรับทราบเช่นเดียวกัน จึงมองว่าปัญหาหลายอย่างมันควรต้องเร่งแก้ไขเพราะตอนนี้ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ หากเรายังทำงานกันแบบเดิมมันก็จะยังวนอยู่แบบนี้ และเราก็จะเห็นการรุกคืบของทุนสีเทาอีก มองว่าทั้งสองฝ่ายมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง ก็ต้องนำจุดแข็งเหล่านี้มารวมกันให้ได้

นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่มีขบวนการไอโอ (IO) หรือการฟ้องปิดปากสื่อมวลชน และประชาชนที่มีความเห็นต่างจากรัฐ หรือนักการเมืองนั้น ตนค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการฟ้องปิดปากอย่างมาก เราติดตามประเด็นนี้มาตลอด วาระนี้เราจะใช้หารือในการประชุมวันนี้อย่างแน่นอน นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ไข แต่ก็ต้องยอมรับว่าขบวนการไอโอ (IO) ทุกวันนี้มันหนักขึ้นจริงๆ และเราก็ได้รับการร้องเรียนจากศูนย์ทนายความมุสลิม มีการทำงานอย่างแข็งขันในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการมายื่นเรื่องร้องเรียนกับเรา

ดังนั้น วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการไอโอเป็นสิ่งสำคัญในการบ่อนเซาะ กร่อนทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของชีวิตพี่น้องประชาชน ถ้ามีกระบวนการสร้างความเข้าใจเกิดขึ้นระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน ตนก็มองว่ามันเป็นเรื่องอันตรายและเราควรที่จะมีวิธีการแก้ไข เพราะเราก็พูดเรื่องขบวนการไอโอกันมาเยอะ แต่สิ่งที่ยังไม่มีมีการพูดถึงสักที ก็คือเราจะหยุดมันได้อย่างไร ซึ่งตนก็ไม่รู้ได้เลยว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการไอโอเหล่านี้บ้าง แต่ถ้ามีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เราจำเป็นต้องจัดการ

ส่วนจะต้องมีคำขอโทษหรือการชดเชยจากรัฐหรือไม่ ที่มีการละเว้นปล่อยปละละเลยให้ขบวนการไอโอยังคงมีการโจมตีชีวิตพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนของคนที่เห็นต่าง หรือสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวสารบทความนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดี และควรที่จะใช้หารือในการประชุมวันนี้ ว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในกรณีที่รัฐปล่อยปละละเลย ว่ารัฐจะมีคำขอโทษหรือไม่ เพราะสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับว่าผลกระทบมันได้เกิดขึ้นแล้ว

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเปิดการประชุมว่า กระทรวงยุติธรรมขอให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการก็จะได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนการทำงานและพูดคุยงานกับกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญติดตามในคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรงกับความคาดหวังของพี่น้องประชาชน

กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งในมิติของอาชญากรรมข้ามชาติทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกระทำความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาชน ในการดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กระทรวงยุติธรรมเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และเป็นธรรม

พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินคดีที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักนิติธรรม ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการหารือในวันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการกับกระทรวงยุติธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน