โฆษกรัฐบาล โว “รัฐบาลอนุทิน 1” ลดตัวเลขบัญชีม้า ทุกประเภท ยัน เดินหน้ากวาดล้างจริงจัง บูรณาการทุกหน่วยงาน ตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ ให้ถึงต้นตอ
6 มิ.ย. 69 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการปราบปรามบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์ ว่า ตั้งแต่สมัย รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงปัจจุบัน สะท้อนความจริงจังของรัฐบาล ที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานต่อเนื่อง เพื่อหยุดวงจรหลอกลวงประชาชนผ่านระบบการเงินและเทคโนโลยี
จากข้อมูลผลปฏิบัติงานของศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างเดือน ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569 พบว่า การตรวจจับบัญชีม้าเชิงรุกผ่านฐานข้อมูล CFR หรือ Central Fraud Registry ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลาง ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงิน ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน
พบว่า มีบัญชีม้า ประเภทบัญชีบุคคลธรรมดา 189,887 บัญชี บัญชีนิติบุคคล 10,672 บัญชี และมีธุรกรรมเกี่ยวข้อง 1,140,731 รายการ
ทั้งนี้ ตัวเลขสำคัญคือ บัญชีม้าประเภทบัญชีบุคคลธรรมดาลดลง 76.9% บัญชีนิติบุคคลลดลง 88.4% และจำนวนธุรกรรมลดลง 66.1% แสดงให้เห็นว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตำรวจ หน่วยงานด้านความมั่นคง สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานดิจิทัล เริ่มตัดเส้นทางเงินของขบวนการมิจฉาชีพได้จริง
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ความคืบหน้านี้สอดรับกับการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้หารืออย่างรอบด้านทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยไซเบอร์
ที่ผ่านมา จำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลดลงจาก 34,478 คดี เหลือ 16,920 คดี หรือลดลง 50.9% ขณะที่มูลค่าความเสียหายลดจาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท หรือลดลง 63.2% พร้อมจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดกว่า 57 ล้านบาท และช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯกำชับให้การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ทุกประเภทและบัญชีม้าต้องเดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ผ่อนแรง และต้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เปิดบัญชี ผู้จัดหาบัญชีม้า เครือข่ายรับจ้าง ไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง
เพราะความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเงิน แต่กระทบความปลอดภัยในชีวิตประชาชน และความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม จะต้องใช้ทั้งข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย และการบูรณาการของทุกหน่วยงานตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ให้ถึงต้นตอ