“เฉลิมพงศ์” ฉะมาเฟียหาดบางเทา ยังไม่มีความคืบหน้า ท้าทายอำนาจรัฐ กลับมาไล่ฟ้องสื่อ-ปชช. หลัง ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่ แต่ยังมีอิทธิพลอยู่ แฉเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกหนุน “รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต” เติบโตสายฟ้าแลบ 2 ปี จากนายอำเภอสู่เก้าอี้ใหญ่

14 มิถุนายน 2569 – นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์มาเฟียบุกรุกชายหาดที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะที่หาดบางเทา ว่า

สถานการณ์ตั้งแต่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด และผู้ที่มีอิทธิพลที่โดนคดีที่ดินหาดบางเทา ก็ไล่ฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น หรือไล่ฟ้องร้องประชาชนที่ไปคอมเมนต์

โดยบุคคลที่บุกรุกที่ดินหาดบางเทาคนนี้มีความพัวพันกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนปัจจุบัน และมีความสัมพันธ์อันดีกัน ทำให้เขาไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทุกวันนี้ก็พยายามที่จะเปิดร้านค้าบางส่วนที่จะบริการให้กับนักท่องเที่ยว

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า บริเวณที่บุกรุกนั้น เป็นพื้นที่ติดชายหาดเลย เป็นชายหาดที่สวยงาม แต่มีการให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจ โดยมีผู้มีอิทธิพลคอยดูแลพื้นที่ ไม่ให้มีการร้องเรียน หากมีการร้องเรียน ก็พยายามที่จะปิดเรื่องร้องเรียนต่างๆ ให้เงียบหายไป

ความเสียหายมูลค่าในเรื่องของที่สาธารณะตรงนั้น มีมูลค่าที่ดินหลายร้อยล้าน เป็นแหล่งที่ชาวต่างชาตินิยมไปเที่ยว เลยทำให้ผู้มีอิทธิพลรายนี้ไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย และพยายามที่จะท้าทายกฎหมายไทย ท้าทายในเรื่องของอำนาจรัฐ

“ฝากถึง นายกรัฐมนตรี ว่าการที่นายกฯ ไปลงพื้นที่บางเทาแล้ว เรียกผู้มีอิทธิพลตรงนั้นว่า กุ๊ย แต่วันนี้คำว่า กุ๊ยต่างๆ เหล่านี้ กลับมาฟ้องร้องสื่อท้องถิ่น ฟ้องร้องคนที่ไปคอมเมนต์ หรือพยายามที่จะชี้เบาะแสตัวจริงว่าคนๆ นี้มีความสัมพันธ์กับรองผู้ว่าฯ อย่างไร” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการ์ดหรือมีคนดูแล นอกจากนี้ แท็กซี่ที่จะเข้าไปรับลูกค้าบริเวณธุรกิจหรือกิจการเขา เคยมีเรื่องชกต่อย มีการทำร้ายร่างกายกันมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้งแล้ว

ฉะนั้น จึงต้องเป็นแท็กซี่ที่เขาเตรียมรับลูกค้า รถแอปพลิเคชันที่ถูกกฎหมายแล้ว ลูกค้าเรียกใช้บริการ เข้าไปรับในพื้นที่เขาไม่ได้ หากไปรับก็ต้องเดินออกมาด้านนอก ซึ่งใช้ระยะทางที่ค่อนข้างไกล นักท่องเที่ยวก็ไม่สะดวกที่จะเดิน และไม่ได้สร้างความประทับใจในเมืองท่องเที่ยวเลย อดีตผู้ที่ครอบครองหาด รู้สึกว่า เป็นข้าราชการ ซึ่งไม่แน่ใจว่า เป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เก่าหรืออย่างไร ค่อนข้างที่จะมีอิทธิพลสูงในพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า เบื้องต้น ข้อมูลในพื้นที่ที่ตนสืบทราบมา พบว่า มาเฟียที่ครอบครองหาดบางเทา มีความสัมพันธ์เป็นญาติทางฝ่ายภรรยาของ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต และเป็นผู้ที่สนับสนุนให้รองผู้ว่าฯ ขึ้นมาสู่ตำแหน่ง

โดยรองผู้ว่าฯ ภูเก็ตคนนี้ เดิมทีมีตำแหน่งเป็นนายอำเภอกะทู้ แล้วขึ้นมาเป็นปลัดจังหวัด และปัจจุบันมาเป็นรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ซึ่งใช้ระยะเวลาจากนายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าฯ เพียงแค่ 2 ปี เหมือนเป็นลมใต้ปีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน