สนธิญา ร้องประธานสภาฯ สอบจริยธรรม ‘รักชนก’ ใช้อำนาจ กมธ. ก้าวก่าย TH-AI Passport เชื่อผิดรัฐธรรมนูญ ซ้ำข่มขู่คุกคามระบบราชการ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่เกินเลย และการฝ่าฝืนการทำผิดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 184(2) ประกอบ 185(1)(2) และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ของน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบการกระทำของกมธ.ฯ กรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
นายสนธิญา ระบุว่า น.ส.รักชนก ซึ่งเป็นประธานกมธ.ฯ ได้รับการอนุมัติจาก กมธ. ดำเนินการในกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอีแล้วหรือไม่ เพราะการทำงานของ กมธ.ฯ และ สส. ต่อเรื่องดังกล่าว เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตข้อบังคับการประชุมฯ ไปแล้ว เพราะ สส.จะต้องไม่บ้าอำนาจ ฝ่าฝืนจริยธรรม หรือกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า สส.ไม่สามารถก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการได้ และไม่มีกฎหมายรองรับในการสั่งให้ข้าราชการ หรือหน่วยงานราชการให้ยุติ พัก หรือยกเลิกโครงการใดได้
“ดังนั้น น.ส.รักชนก หรือคนอื่นๆ ใช้กฎหมาย หรือข้อบังคับใด และทำเกินหน้าที่หรือไม่ รวมถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ขู่ว่า หากโครงการฯ ดังกล่าวผ่าน จะร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ถือเป็นการข่มขู่คุกคามระบบราชการหรือไม่”
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า โครงการฯ ดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงปี 2567-2569 เป็นช่วงที่พรรคประชาชน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน สามารถตรวจสอบได้ แต่เหตุใดถึงมากระทำการหลังกระทรวงดีอีลงนาม หลังเปิดประมูลเสร็จสิ้นแล้ว
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า ตนจึงขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ได้ตรวจสอบการกระทำของน.ส.รักชนก ว่าละเมิดรัฐธรรมนูญ ระเบียบข้อบังคับการประชุมฯ หรือมีการกระทำส่วนตัว ของคณะ และบุคคลอื่นๆ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 184 และ 185 หรือไม่
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 184 (2) บัญญัติว่า สส.หรือ กมธ.จะต้องไม่แทรกแซงการเข้ารับสัมปทานโดยตรง หรือทางอ้อม และมาตรา 185 บัญญัติว่า สส.และ สว.จะต้องไม่แทรกแซง หรือกระทำการที่ตนมีส่วนร่วมใช้จ่ายงบประมาณ หรือให้ความเห็นชอบโครงการใดๆ ซึ่งการกระทำของน.ส.รักชนก หรือ สส.คนอื่น ที่ระบุว่าหากโครงการฯ นี้ผ่าน จะฟ้อง ป.ป.ช.ถือเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า การนำตนเองเข้าไปอยู่ในกระบวนการงบประมาณที่ข้าราชการดำเนินการมา และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ที่กมธ.ใช้สิทธิหรือกรอบของตนเองฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นกรณีของน.ส.รักชนก และ สส.คนอื่นๆ นั้น ตนขอให้ประธานสภาฯ ได้ตรวจสอบการกระทำว่าขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ทั้งนี้ตนจะยื่นเรื่องถึง ป.ป.ช.เพื่อให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานการทำงานของ สส.และกมธ.ด้วย
เมื่อถามว่า จะให้คำแนะนำการทำหน้าที่ น.ส.รักชนก หรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า ตนไม่กล้าสอนน.ส.รักชนก เพราะน่าจะมีประสบการณ์มากมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ กรณีคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ แต่การทำหน้าที่ของ สส.และกมธ. ต่อโครงการฯ ดังกล่าว ตนเห็นว่า น.ส.รักชนก ในฐานะประธานกมธ. ฯจะต้องมีมติจาก กมธ.ฯ ก่อน และอยู่ภายใต้กรอบกมธ.ฯ
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า เมื่อกมธ.ฯ ตรวจสอบเสร็จแล้ว ก็ต้องส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ ดำเนินการต่อ แต่การกระทำของกมธ.ชุดนี้ ไม่ได้ผ่านประธานสภาฯ แต่กำลังเดินเรื่องตรงให้กระทรวงฯ ยกเลิก หรือขู่ฟ้อง ป.ป.ช.จึงเป็นการกะทำที่เกินเลยอำนาจที่กมธ.จะทำได้