สว. เสียงเอกฉันท์ โหวต ‘นพดล เภรีฤกษ์’ นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง ‘นันทนา’ อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่นทำไมต้อง“ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั้ว ไม่ควรลงมติ ‘บิ๊กเกรียง’ปราม ย้ำอภิปรายต้องคำนึงถึงมารยาท
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาบุคคลผู้มีความเหมาะสมเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ ในดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จำนวน 1 คน คือ นายนพดล เภรีฤกษ์ ซึ่งกมธ.ได้ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนการแถลงรายงานการตรวจสอบของ กมธ. รวมทั้งการอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ เป็นการประชุมลับ
ก่อนการประชุมลับ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อิสระ ลุกขึ้นขออภิปรายแบบเปิดเผยว่า การประชุมลับ เป็นการปิดประตูตีแมว ประชาชนไม่ทราบคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะมาเป็นเลขาธิการกฤษฎีกา เป็นการยกย่องกันเอง ตามที่ สว.ส่วนใหญ่อยากให้เป็น อย่างนี้เรียกว่า “ลับ ลวง พราง” หรือไม่
คนที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญ ในการชี้เป็น ชี้ตายของประเทศ สมควรแล้วหรือ ที่ สว.จะทำเป็น ลับๆ ล่อๆ รู้กันแค่ 200 คน หรือจะว่าไปแล้ว รู้กันแค่ 138 คนเท่านั้น
น.ส.นันทนา กล่าวว่า หลักการสำคัญของการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระ ต้องโปร่งใส เป็นอิสระ ยุติธรรม เป็นประชาธิปไตย ไม่เอื้อพวกพ้อง สว.ส่วนใหญ่ใช้หลักเกณฑ์นี้ในการเลือกหรือไม่ สว.ชุดนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน ย่อมขาดความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องใหญ่ๆ ที่ส่งผลต่อประเทศอย่างกว้างขวาง
ดังนั้น การทำให้กระบวนการเลือกองค์กรอิสระ โปร่งใส ตรงไปตรงมา จึงสำคัญมาก เริ่มตั้งแต่วันนี้ ก็ยังไม่สาย และอีกประการคือเรื่องประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งประชาชนจับตาทั้งประเทศ เช่น เมื่อเร็วๆ นี้มีการเปิดคลิป เก็บโพย ฮั้วเลือกสว.
ทันทีที่น.ส.นันทนา อภิปรายถึงประเด็นฮั้วเลือกสว. ทำให้ พล.อ.เกรียงไกร ต้องรีบตัดบท พร้อมขอให้ น.ส.นันทนา อภิปรายให้อยู่ในประเด็น เพราะกำลังพิจารณารายงานเรื่องคุณสมบัติ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
น.ส.นันทนา ยืนยันว่า ตนอภิปรายในประเด็น เพราะเป็นการพูดถึง ผู้ที่จะทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ และ เลขาฯ กฤษฎีกา ยืนยันว่า ตนพุ่งประเด็นไปที่ คุณสมบัติของผู้เลือก ก็คือ สว. 200 คน เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเลือก
แม้ พล.อ.เกรียงไกร จะย้ำว่าต้องอภิปรายคุณสมบัติของผู้ถูกเลือกแล้วก็ตาม แต่น.ส.นันทนา ยังยืนยันว่า ตนไม่ผิดข้อบังคับการประชุม ไม่ได้อภิปรายไปเรื่องดินฟ้าอากาศ ตนกำลังพูดเรื่องการเลือก ไม่ได้ออกนอกข้อบังคับ
น.ส.นันทนา อภิปรายย้อนไปถึงวันเลือก สว. จนกระทั่งมีคดี ฮั้วเลือก สว.อื้อฉาวเกิดขึ้น แม้ประธานฯจะย้ำว่า เรื่องคดีฮั้วเลือกสว.ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่น.ส.นันทนา ก็ยังไม่หยุด พร้อมระบุว่า ถ้าสะเทือนใจก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้
ทำให้พล.อ.เกรียงไกร ตอบโต้ทันทีว่า “ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่มันต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย”
น.ส.นันทนา ย้ำว่าตนคำนึงถึงมารยาท และกำลังคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน กำลังให้ความกระจ่างว่าการเลือกองค์กรอิสระที่ผ่านมา “มันเงียบๆ มันลับๆล่อๆ ประชาชนไม่รู้อะไรเลย”
จากนั้นมี สว.ลุกขึ้นประท้วง ทำให้น.ส.นันทนา กล่าวว่า “ดิฉันจะขอข้ามเรื่องการฮั้วเลือก สว.ไป เพราะมี สว.หลายคนสะเทือนใจ และหากคนที่ทำหน้าที่เลือก ยังมีข้อกล่าวหาก็จะเป็นที่ครหานินทา ประชาชนก็จะรู้สึกว่าการเลือกครั้งนี้เป็นประโยชน์ ทับซ้อน ต่างตอบแทนหรือไม่
“ดิฉันไม่อาจกล่าวได้ว่า ตุลาการทั้ง 9 ที่กำลังจะเลือก และเลขาฯกฤษฎีกา ขาดคุณสมบัติข้อใด แต่ทันทีที่ท่านได้รับการเลือกจาก สว.เสียงข้างมาก ท่านจะมัวหมองทันที เพราะสังคมจะมองว่า ท่านได้รับอำนาจจากผู้ที่มีประโยชน์ทำซ้อน จากการเลือกท่าน ส่วนท่านที่ไม่ได้รับเลือก ก็จะเสียโอกาส เพียงเพราะไม่เป็นที่พึงพอใจของคนกลุ่มนี้” น.ส.นันทนากล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ประชาชนกำลังติดตามคดีฮั๊ว เลือกสว.อย่างใกล้ชิด คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กำลังดำเนินการตรวจสอบสำนวนอย่างเร่งรีบ ในฐานะ สว.138 เสียง ที่อยู่ในสำนวน ควรมีสำนึก และยุติการเลือกองค์กรอิสระ ทั้งหมด รอจนกว่าศาลยุติธรรมจะตัดสินคดี จนถึงที่สุดก่อน เมื่อพิสูจน์ว่า ทุกคนบริสุทธิ์แล้ว ก็ค่อยกลับมา เลือกกันใหม่ “หยุดทำลายเกียรติภูมิแห่งวุฒิสภาด้วยการชลอการเห็นชอบองค์กรอิสระตั้งแต่วันนี้”
เมื่ออภิปรายจบ น.ส.นันทนา ก็เดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่รอฟังคำชี้แจงจากกมธ.
ทั้งนี้ น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส สว.ในฐานะกมธ. ลุกขึ้นกล่าวว่า ผู้อภิปรายไม่รอฟังชี้แจงเลย การเลือก เลขาฯกฤษฎีกาว่า เป็นไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือน ส่วนสาระสำคัญในรายงานการตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องรายงานแบบลับ ซึ่งกรรมาธิการก็ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด
จากนั้น เป็นการรับทราบรายงานลับ พร้อมลงมติ โดยที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง เห็นชอบ 147 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง 22 คะแนน ดังนั้น ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า นายนพดล ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จึงถือเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา