‘เท้ง’ ชี้ ป.ป.ช.สอบเองได้ ไม่ต้องรอคนร้องปม TH-AI Passport ขู่ถ้านิ่งเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ อัดดีเอสไอแถลงข่าวไม่ปกติ เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ปิดชื่อผู้ต้องหา คดี ‘ภาวุธ’ ชี้ฝ่ายกฎหมายพรรค ปชน.จ่อฟ้องกลับ จนท.รัฐทุกคน
เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ฮั้วประมูลมาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างชัดมากว่า ไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล หาก ป.ป.ช.เห็นพฤติกรรมที่ส่อว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปก การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทําให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เพียงแค่มีพฤติการณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดําเนินคดีต่อ
ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะที่ผ่านมา มีตัวแทน ป.ป.ช.นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งตนก็ได้มีการพยายามสอบถาม ไม่ต้องดูตามข้อกฎหมาย แต่ดูตามความประพฤติและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดําเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ำ ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในที่ประชุมว่า จะส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทําให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคํา และลายลักษณ์อักษร ที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดําเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดําเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน และย้ำว่า ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง
เมื่อถามถึง กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลยนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นเช่นนั้นและยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากเรื่องที่ออกมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้
เมื่อถามว่า เป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ ภายหลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตส่วนนี้ไปแล้ว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
ต่อข้อถามว่า จะดำเนินคดีกลับหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า หากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
เมื่อถามถึง กรณีที่นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาในวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายภาวุธเอง ตนคงตอบแทนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไร ตรงไหน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายภาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ใช้คำว่าสอบสวน แต่จากกระบวนการสอบถามภายใน มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเข้าใจว่าการทำธุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องการโอนเงินอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีเรื่องของเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนก็ต้องคิดว่าต้องให้ให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า เรื่องนี้พรรคจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบเหมือนกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้านี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ตนได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากรูปการที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้น คงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง
เมื่อถามว่า เงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีนายภาวุธ ได้มีการสอบถามหรือไม่ว่ามีที่มาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่างๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด