นิกร ฉะ “เท้ง” อย่าล่มเรือแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ เลือกตั้ง ส.ส.ร. เสี่ยงขัดรธน.-ถูกร้องผิดจริยธรรม หวั่นรอร่างของภาคประชาชน ทำได้รธน.ใหม่ เกินปี 72 ลั่นอย่าโทษรัฐบาล

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้ เพราะมีผลหารือจากตัวแทนของ 2 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

โดยนายนิกร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกผันกับทุกองค์กร ดังนั้น สิ่งที่ตนให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่ได้บิดเบือน

ความเป็นนักการเมืองที่เดินนำประชาชนไปทางใดต้องรับผิดชอบ การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพิจารณาเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง และการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา หากผิดพลาดจะมีความสุ่มเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) เวลา 11.00 น. ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะหารือต่อประเด็นดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะยืนตามเดิม เพราะเนื้อหาที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้

“ผมมองว่าหัวหน้าพรรคประชาชนมีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอ และยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับ ทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภา ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน

การเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ คือเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ ระวังการพาเรือที่บรรทุกความหวังของประชาชน และระวังลูกเรือตัวเองด้วย เพราะที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาต้องปฏิญาณตนถือเป็นข้อผูกมัดที่ต้องทำให้ถูกต้อง

นี่คือความรับผิดชอบของกัปตันเรือที่ดีที่ต้องดูแลทั้งผู้โดยสารและลูกเรือของตัวเอง เพราะหากสุ่มเสี่ยงทำไป ก็จะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่” นายนิกร กล่าว

เมื่อถามถึงการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เพื่อรอร่างแก้ไขของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ นายนิกร กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการประสานงานรัฐสภาหารือร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ทราบว่ามีการพูดคุยกันว่าจะรอร่างแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน

แต่ในมุมของตนมองว่า หากรอจะทำให้ต้องใช้เวลาได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากที่ตั้งใจพิจารณาวาระแรก วันที่ 7-8 ก.ค.นี้ หากรอฉบับประชาชน จะทำให้ต้องรอเข้ารัฐสภาสมัยประชุมหน้า เพราะกระบวนการของภาคประชาชนเมื่อยื่นต่อรัฐสภาแล้ว ต้องตรวจสอบรายชื่อ 30 วัน และต้องนำไปรับฟังความเห็นประมาณ 45 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้

หากจะรอต้องรับกันให้ได้ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้าไปอีกสมัยประชุม และจะทำให้เวลาทำรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี 2572 ต้องขยับไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน แต่หากช้าไปอีก อย่าโทษรัฐบาล

ขณะนี้ทราบว่ามีการดึงร่างออกไปเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างรอบที่แล้วเสียเวลาไป 3 ปี ฟาล์ว 2-3 ครั้ง ทั้งที่พยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ เมื่อทำไม่ได้อย่ามาโทษรัฐบาล เพราะไม่แฟร์ อย่าเห็นการเมืองเป็นหลัก เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง

“ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง คาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง และอย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง” นายนิกร กล่าว

เมื่อถามว่าเรื่องที่เห็นแย้งกัน จะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า มีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย ดังนั้น การทำเรื่องดังกล่าวอย่าลืมบางอย่างแล้ววิ่งใส่กำแพง เพราะจะทำให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย

ทั้งนี้ อย่าคิดว่าติดตรงไหนไม่สนใจ การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้สำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ

“เรื่องนี้เราจะยืนในสิ่งที่ทำได้ไม่ขัด และต้องพิจารณาบนนิติรัฐด้วย ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่นตามความเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก ส.ส.ร. โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ” นายนิกร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน