อดีตปลัดภูเก็ต จี้กรมการปกครองแจ้งผลสอบ ท้า ‘นฤชา’ ไล่ออกราชการ-แจ้งความเอาผิดหากรับส่วยจริง ลั่นหากไม่ผิดต้องคืนความเป็นธรรม ไม่ใช่จัดฉากย้ายออกนอกพื้นที่ สร้างความเสียหายให้ระบบราชการ
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 24 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ให้สัมภาษณ์หลังชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า เรื่องส่วย ตนได้ชี้แจงต่อกรมการปกครองไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายจริงหรือไม่ที่จะทราบว่าตนกระทำความผิดจริงหรือไม่ เพราะหากจัดฉากย้ายตน เพราะรับส่วยหนึ่งกิโล
วันนี้กรมการปกครองต้องแจ้งข้อกล่าวหากับตน ว่าตนรับส่วยจริงหรือไม่ และหาคนที่รับส่วยในพื้นที่ให้ได้ แล้วดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับตน พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยไล่ออกจากราชการได้เลย ตนยังรอคำตอบจาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในเรื่องนี้อยู่
“ถ้าผมกระทำความผิดจริง แล้วไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง ขอให้ท่านลงชื่อแจ้งความผม เป็นผู้รับส่วยจำนวนหนึ่งกิโล ตามที่ปรากฏในข้อร้องเรียน เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ปจ.หนึ่งกิโลคืออะไร วันนี้ท่านต้องให้คำตอบกับประชาชนได้ ไม่ใช่ให้คนจัดฉากแล้วย้ายผมออกนอกพื้นที่ สร้างความเสียหายให้ระบบราชการ
ขณะที่ผมกับทีมงานได้บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดในพื้นที่ โดยเฉพาะยึดหาดฟรีด้อมคืนให้พี่น้องประชาชน จึงอยากขอความเป็นธรรมจากท่านอธิบดี ถ้าผมผิดท่านก็สั่งลงโทษผมได้เลย ผมยินดีที่จะลาออก แต่ถ้าผมไม่ผิดท่านต้องคืนความเป็นธรรมให้ผม” นายรุ่งเรือง กล่าว
เมื่อถามว่าประชาชนในพื้นที่บางลาน บางส่วนได้นำหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินจ่ายส่วย ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร นายรุ่งเรืองกล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องสลิปการโอนเงิน และไม่ทราบว่าโอนให้ใคร ทุกวันนี้ก็ยังงงอยู่
หากมีจริงคนที่โอนมาก็ต้องเปิดเผย เพราะสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการ จ่ายส่วยให้ใครต้องบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่มาสร้างความเสียหาย ต้องบอกว่าโอนให้ใครและโอนค่าอะไร ตนก็อยากได้ความชัดเจน
เมื่อถามว่ามองอย่างไรว่าการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เป็นการวัดพลังกันทางการเมือง นายรุ่งเรืองกล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่การวัดพลังกันทางการเมือง แต่มองว่าพวกเราทำงานภายใต้การสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด และทำงานด้านกฎหมาย
วันนี้ถ้าตนโดนย้ายและยอมไปทุกอย่าง ภูเก็ตก็คงจะไม่มีการย้ายใคร วันนี้ที่ตนถูกย้ายเพราะไม่ยอม ต้องสู้กับความเป็นจริงว่าจะมาจัดฉากย้ายตนไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการฟ้องร้องคืนความเป็นธรรมให้ตัวเอง
ทั้งนี้ นายรุ่งเรือง ได้เปิดแชทไลน์ที่เป็นการเชิญชวน กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มารวมตัวกันให้สื่อมวลชนดู ซึ่งมีข้อความเนื้อหาระบุว่า
“เรียนกลุ่มผู้ประกอบการทุกท่าน ในวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 19.00 น.ขอให้ทุกร้านมาร่วมกับชมรมและเรียกร้องเรื่องใบอนุญาตที่ป้อมบางลา เนื่องจากทางจังหวัดเองมีนโยบายที่ชัดเจนว่าร้านไหนไม่มีใบอนุญาตจะลงจับและห้ามเปิด ผมในฐานะประธานชมรมได้ให้ข้อมูล และข้อเท็จจริงไปแล้วว่าที่ขอไม่ได้เกิดจากสาเหตุอะไร
เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือทุกร้านช่วยมารวมตัวกันในวัน และเวลาสถานที่ดังกล่าวด้วยเพราะถ้าท่านไม่มาช่วยกัน รับรองว่าเกิดปัญหาใหญ่แน่ ด้วยความเคารพทุกท่าน ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพฯมายื่นหนังสือให้กับทางผู้ใหญ่และเขารับทราบทั้งหมดแล้ว ถ้าเราไม่ช่วยกัน ณ วันนี้ ปัญหาจะเกิด ขึ้นกับทุกร้านอย่างแน่นอนที่ไม่มีใบอนุญาตเรียนด้วยความเคารพ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถาบันบันเทิงหาดป่าตอง”
นายรุ่งเรือง อธิบายว่า ข้อความดังกล่าว เขาไม่ได้นัดมาเพื่อประท้วงไล่ตนว่าผิดกฎหมาย แต่หลอกชาวบ้านให้มาพูดเรื่องใบอนุญาตที่ผิดกฎหมาย หลังจากชาวบ้านมายืนเสร็จก็มีการจัดฉากเขียนป้ายว่า ปจ.ทำเพื่ออะไร เป็นการจัดฉากนำมาสู่การย้ายตนในวันนี้ เพราะหนังสือที่เชิญไม่ได้เชิญมาประท้วง โดยคนที่ขึ้นพูดก็เป็นคนส่งไลน์เอง หลักฐานชิ้นนี้ตนได้ยื่นยื่นต่อศาลเรียบร้อยแล้ว และได้ฟ้องคนที่มาประท้วงครั้งนี้ด้วย
