ลิซ่า ตั้งกระทู้ถามแชทไลน์หลุดช่วยน้ำเงินด้วย-ทุจริตสอบข้าราชการ จี้แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ด้าน วรศิษฎ์ ยันไม่ได้เพิกเฉย ชงแก้กฎหมายถอนรากถอนโคน ย้ำไม่มีละเว้นแน่นอน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย
โดยนายอนุทิน มอบหมายนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้ตอบแทน
น.ส.ภคมน กล่าวว่า เรื่องแชทไลน์หลุด ช่วยน้ำเงินด้วย ตนพยายามทุกทางแล้ว ยังไม่ได้รับความชัดเจน ตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องของข้าราชการหรือเรื่องส่วนบุคคล ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโยกย้ายกันแบบนี้ การย้ายรองผู้ว่าฯภูเก็ต ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอิทธิพล สุดท้ายแล้ว ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของภูเก็ต แต่ส่งผลกับเศรษฐกิจภาพใหญ่
“วลีที่สร้างความสั่นสะเทือน ที่อธิบดีกรมการปกครอง พิมพ์หาปลัดจังหวัดภูเก็ตว่าช่วยน้ำเงินด้วย ปลัดก็ตอบกลับไปว่า 100% ครับนาย วันนี้ปลัดภูเก็ตคนนั้นที่ถูกย้ายกลับไปแล้ว ฐานความผิดอะไรก็ไม่ได้เปิดเผย เรื่องนี้ควรตั้งกรรมการสอบที่มาที่ไปของข้อความ ซึ่งถ้าพิจารณาแบบชาวบ้าน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เราจะไม่สอบอะไรกันเลยหรือ” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ทุกเรื่องมุ่งไปที่กระทรวงมหาดไทย ตนไม่อยากให้บทสรุปเริ่มต้นเหมือนกัน และจบเหมือนกัน คือเริ่มต้นด้วยท่าทีขึงขังและสุดท้ายก็แผ่วไป คำถามวันนี้คือสรุปว่าแชทช่วยน้ำเงินด้วย จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่
ในเมื่อรัฐมนตรีขึงขังบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ ข้อกล่าวหารุนแรงมากแต่ไม่มีความพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอะไรเลย รัฐมนตรียืนยันได้หรือไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยยังยึดหลักธรรมาภิบาล ค่าของคนอยู่ที่ผลของใคร
ด้าน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เหตุที่ออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ของข้าราชการ 5 คน เช่น ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด เนื่องจากมีการร้องเรียน หลายคนพยายามบอกว่าการออกคำสั่งครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่ในระเบียบไม่ได้ย้ายขาดและส่งไปช่วยราชการ เพื่อตรวจสอบและให้ข้าราชการเหล่านั้นพิสูจน์ตัวเอง
เมื่อสอบเสร็จแล้วก็คืนพื้นที่กลับ คือนายอำเภอเมืองกับนายอำเภอถลาง ปัจจุบัน 5 คนกลับพื้นที่ไปแล้ว กรมการปกครองได้สรุปผลการสอบทั้งหมดและเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการต่อ แต่เมื่อครบเวลาช่วยราชการ ก็ต้องกลับพื้นที่ก่อน ใครที่มีประเด็นใน 5 คนนี้ ก็ต้องดำเนินการในระดับกระทรวงต่อไป
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ส่วนแชทไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง รมว.มหาดไทยได้ให้นโยบายในการตรวจสอบไปแล้ว ทราบว่าสำนักปลัดดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ล่าสุดได้สั่งให้ทำหนังสือชี้แจง หลังจากนี้ก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง พิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร
ส่วนการย้ายผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯ ทั้งที่วันนี้ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าใครผิดหรือถูก หรือมีการเชื่อมโยงเกิดขึ้นอย่างไร และยังไม่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบนั้น เรื่องนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในข้อเท็จจริงคือเราเห็นความแตกแยกเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างพูด ตอบโต้กัน ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะพูดหรือปกป้องตัวเอง
ซึ่งรมว.มหาดไทย สั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้ แต่วันนี้ยังไม่มีการกล่าวหาว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ แต่สภาพการอยู่ด้วยกันในลักษณะแบบนี้ ภูเก็ตมีปัญหารุมเร้ามาก ฉะนั้น รอไม่ได้
การตั้งคณะกรรมการสอบเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากนี้ต้องติดตามว่าปลัดจะดำเนินการอย่างไร ใบอนุญาตก่อนหน้านี้ ใบอนุญาตโรงแรมที่เป็นปัญหาใหญ่ของภูเก็ต เงื่อนไขหลักๆ ที่เกิดการรีดไถกันในพื้นที่เพราะขอกันไม่ได้ ขอยาก 1 ปี ออกได้ 40 ใบ
วันนี้ทีมชุดใหม่เข้าไปทำงาน 2 อาทิตย์ออกได้ 20 ใบแล้ว คาดว่าใบอนุญาตที่ค้างอยู่ที่จังหวัดตั้งแต่ปี 61-62 ประมาณ 500 ใบ จะจัดการเสร็จภายในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งเราเข้าไปจัดการสนับสนุนโรงแรม สถานประกอบการให้ทำอย่างถูกกฎหมาย สิ่งที่เราทำในภูเก็ต คือต้องการเห็นผู้ประกอบการทำธุรกิจโดยไม่ต้องระแวงไม่ต้องกังวล ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินไป
จากนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขอโทษจริงๆ มันจับประเด็นยากนิดหนี่ง พร้อมถามย้ำว่า สรุปแชทช่วยน้ำเงินด้วย ยังมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าต้องตั้งคณะกรรมการสอบ จะบอกว่าใช้ดุลยพินิจ เขาไม่ลงรอยกันไม่ได้ ตนคิดว่าสังคมไม่สามารถรับฟังได้ขนาดนั้น อยากให้ทุกอย่างโปร่งใส
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือเรื่องการสอบทุจริตข้าราชการ พบหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่น่าจะเกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น ก็ออกมาปฏิเสธ ล่าสุด มีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย หากจะยึดคำที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง แต่หากไม่มีฝ่ายการเมืองรู้เห็นเป็นใจ
“เรื่องนี้มันไม่อึดอัดขนาดนั้น งานที่เป็นการเฉพาะหน้า ท่านต้องสืบหาคนผิดเอามาลงโทษ ก็ว่ากันไป จะสาวไปไกลแค่ไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องแค่ไหน ดิฉันคิดว่าวันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์กับประชาชน แสดงความกล้าหาญทางการเมืองของนายกฯให้ได้” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ท่านคิดว่าการคิดทุจริตครั้งนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับระบบราชการไทย ภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เราได้เห็นการจัดการโครงสร้างการเมืองของราชการอุปถัมภ์ขนาดใหญ่นี้อย่างไร
ต่อไปเด็กรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ อยากเป็นข้าราชการ ทำงานเพื่อประเทศ ใครเขาอยากเข้ามาในระบบที่ถูกตีตราไว้เน่าเฟะแบบนี้ วันนี้ราชการก็ระแวงกันเอง ฉันสอบเธอซื้อหรือไม่ จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย ระบบราชการไทยให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร
นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ที่บอกว่าการทุจริตการสอบ มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่กระบวนการใหญ่ขนาดนี้ มีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราเจอในปี 2567 ได้ข้อมูลมาว่าการสอบคัดเลือกท้องถิ่น มีข่าวที่ไม่ดี
ขณะนั้นนายกฯ เป็นรมว.มหาดไทยอยู่ ขอตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมา ประกอบด้วย 5 หน่วย คือ ป.ป.ช. บก.ปปป. ป.ป.ท. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) และ กสถ. เพื่อจับตากระบวนการสอบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และให้นโยบายเรื่องการสอบว่าต้องรัดกุม จึงเป็นที่มาว่าใน TOR ก็ระบุไว้ ซึ่ง TOR ปัจจุบันและตัวก่อนมีความแตกต่างกันในเรื่องมาตรฐานการป้องกัน รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับ
“เราให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าจะบอกว่างานนี้มีกลุ่มผู้มากบารมีมาซัพพอร์ต เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ผล ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้เราจำเป็นต้องทำงานให้ละเอียดและรวดเร็วที่สุด ตอนนี้ทั้ง ป ป.ช. กระทรวงและตำรวจ คณะกรรมการกองกลางก็มีมติให้ตรวจข้อสอบใหม่“ นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า วันนี้คนที่สอบเข้ามาได้มี 2 กลุ่มคือ เข้ามาได้ด้วยความสามารถของตัวเองและ สอบมาได้ด้วยกันทุจริต สิ่งที่เราต้องรักษาไว้ คือความยุติธรรมของคนที่ใช้ความสามารถของตัวเอง หลังจากเข้าสู่กระบวนการ หากเสร็จแล้วใครถูกหรือผิด สามารถบอกได้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งนายกฯ ได้ให้นโยบายชัดเจนว่าไม่ละเว้นถ้าเจอตอก็จะขุด นอกจากนี้ จะแก้ปัญหานี้ในอนาคตอย่างไร
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า ในสมัยการประชุมสภาชุดที่แล้ว ได้เสนอแก้กฎหมายในการสอบคัดเลือกท้องถิ่น ให้ปรับรูปแบบเป็นท้องถิ่นจัดสอบเองโดย อ้างอิงจาก ก.พ. ที่ไม่เคยมีข่าวทุจริตเลย ปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้อยู่ในวาระการประชุมของสว. เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะไม่ปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีก
น.ส.ภคมน จึงกล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่ามีผู้บารมีมาเกี่ยวข้อง ตนบอกว่าเรื่องนี้ควรสาวให้ถึงว่ามีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญทางการเมือง น่าเสียดายที่ไม่ได้คำตอบ ตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้าง
ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าให้เป็นแค่แอ็กชันเรื่องตรงหน้า รัฐบาลต้องมองให้ขาดว่าปัญหานี้คือกระจกบานใหญ่ ที่จะสะท้อนว่าคนในตำแหน่งสูงที่พร้อมจะหากินกับประชาชน การซื้อตำแหน่งในสังคมไทยคือภาพสะท้อนที่สังคมที่ปิดตายและกดทับ รัฐไม่สามารถให้ความมั่นคง โอกาสกับคนธรรมดา ว่าเขาจะเท่าเทียมกับทุกคนในสังคมได้
ต่อมานายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ตนเห็นว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก สิ่งที่น.ส.ภคมน คิดและแลกเปลี่ยนมาก็เป็นสิ่งที่เราคิดและมองเหมือนกัน และต้องหาและต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทุจริตครั้งนี้เป็นกลุ่มที่มีคนร่วมเยอะ มีความซับซ้อน ต้องให้เวลาทีมทำงาน ถ้าพูดถึงความตั้งใจก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด แต่ขอเวลาให้ได้ทำงาน และมั่นใจว่ายังไงก็เจอตัวถ้าเจอต่อก็ต้องขุด ไม่มีละเว้น
“ขอให้มั่นใจและสบายใจว่า ข้าราชการที่สอบ โดยที่ไม่ได้ทุจริตและสอบโดยใช้ความสามารถใช้ความพยายามของตัวเองจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ของท่าน แต่คนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้รับสภาพยังไงก็ต้องโดน” นายวรศิษฎ์ กล่าว