วิโรจน์ ซัดปัญหาใน มท. ทำข้าราชการน้ำดีทำงานลำบาก ปชช.ได้แต่มองตาปริบๆ ความขัดแย้ง กลุ่ม “เนวิน” กับ ก๊ก “อนุทิน” เหตุเกิดจากลูกน้องคนสนิท เปรียบคล้ายๆ สมัย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” หักกันเพราะลูกน้อง เตือน เคลียร์ไม่จบสัญญาณอันตรายรัฐบาล หวั่น2มุ้งแทงกันเละไม่มีใครยอมใคร
27 มิ.ย. 69 – นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทย จะจบลงอย่างไร ว่า
ตนคิดว่า จะต้องเร่งเคลียร์ไม่อย่างนั้นทำงานต่อกันลำบาก เวลาผู้มีอำนาจทะเลาะกัน หรือหักกัน และยอมกันไม่ได้ สาเหตุมักมาจากลูกน้องคนสนิททั้งนั้น ยกตัวอย่างกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ สาเหตุหนึ่งที่หักกัน ก็ด้วยเรื่องลูกน้องคนสนิท
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่หลายคนตั้งข้อสังเกต ถึงเส้นทางการเติบโตของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นคนที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้การสนับสนุน
การกระทำของ นายนฤชา ในหลายเหตุการณ์ข้ามหัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แบบไม่เกรงใจ ที่หนักกว่านั้นคือ เตือนก็ไม่ฟังด้วย แถมมีให้ใครบางคน ที่ นายอนุทิน เกรงใจ โทรมาเคลียร์เสียด้วย ข่าวเขาเล่ากันมาอย่างนี้
“เอาง่ายๆ หลายคนเขาบอก นายนฤชา เชื่อมั่นว่า ตัวเองมีแบ็กดี แต่คนแบ็กดีอย่างไร ทำงานก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชา แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟัง แถมต่อสายไปหาแบ็ก แล้วให้แบ็กของคุณ มาเบิ้ล ผู้บังคับบัญชาของคุณ มันจะอยู่กันอย่างไร” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ศึกในมหาดไทยรอบนี้ ส่วนตัวมองว่า อาจจะยังไม่ถึงกับจุดแตกหัก แต่ก็เป็นเหมือนกับฝีกลัดหนองไปเรื่อย ๆ นายอนุทิน จะปกครองอย่างไร ถ้ามีมือที่มองไม่เห็น สามารถสั่งการข้ามหัวนายกฯ ได้ มีคนเตือนไม่ฟัง สั่งก็ไม่เชื่อ แล้วสร้างปัญหาเกิดขึ้นแบบไม่เว้นแต่ละวัน
คนรับผิดชอบการแก้ปัญหาประเทศ หากผิดพลาดคือ ผู้ที่เป็น นายกฯ มิใช่ผู้ที่อยู่หลังม่าน หลายคนที่พูดกับตน เขาก็บอกว่า หากเป็นเรื่องจริงตามสียงร่ำลือ เขาเห็นใจนายอนุทินด้วยซ้ำไป ว่าต้องเจอกับอะไรที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้
เมื่อถามว่า แผลที่กลัดหนองอยู่ จะถึงขั้นติดเชื้อลุกลามไปถึงขั้นต้องปรับครม. หรือลามไปถึงการยึดเก้าอี้มหาดไทยหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ถ้าเคลียร์กันได้ ก็จะเคลียร์กันเลย ไปต่อกันได้ แต่ถ้าเกิดการเคลียร์ซ้ำ เคลียร์ซ้อน เคลียร์ 2-3 รอบก็ไม่จบ
เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เผาผีกัน แบบกรณีพล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ สุดท้ายมันก็ทำงานกันต่อไปได้ลำบากมาก และคือสัญญาณอันตรายของรัฐบาล เพราะไม่มีใครอยากปลดลูกน้องคนสนิท ตัดมือตัดไม้ของตนเองทั้งคู่
“สมมุติว่าเรื่องร่ำลือนี้ เป็นเรื่องจริง ต้องย้ำว่าคำว่า ลูกน้องคู่ใจ มันไม่ได้มีแค่คนเดียว อาจจะกลายเป็นการชนกันระหว่าง มุ้งของนายเนวิน และมุ้มของ นายอนุทิน แต่ตำแหน่งมันมีจำกัด เสือตัวหนึ่งอยู่ เสืออีกตัวก็ต้องไปจากถ้ำ ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล น่าผิดหวังมากๆ แทนที่จะมาทำงานให้กับประชาชน เป็นที่ตั้ง ทั้งชาวบ้านก็มองความขัดแย้งแบบตาปริบๆ
ขณะที่เหล่าข้าราชการในกระทรวง ที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต พวกเขาจะทำงานกันอย่างไรบนความขัดแย้งครั้งนี้ ที่มีสีน้ำเงินเข้ม กับสีน้ำเงินอ่อน มีสีน้ำเงินหลายเฉดด้วย เป็นสีน้ำเงิน ผู้รับเหมา หรือสีน้ำเงินปราสาทสายฟ้า วุ่นวาย เพราะมันคนละเฉด ถ้าเคลียร์ไม่จบจะเกิดการบ่อนทำลายกันเองไปมาเรื่อย ๆ ในแบบที่สนิม เกิดจากเนื้อในตน เดาจุดจบไม่ได้เลย ต้องตามกันต่อไป
แต่มั่นใจว่า มุ้มของนายอนุทิน ก็จะแทงมุ้ง ของนายเนวิน มุ้งนายเนวิน ก็จะแทงมุ้งของนายอนุทิน แล้วคราวนี้หล่ะ ข้อมูลต่างๆทั้งหลายจะไหลออกมาเละตุ้มเป๊ะเพราะถ้ามีเรื่องอีโก้หรือผลประโยชน์กันแล้ว มันไม่มีใครยอมใคร” นายวิโรจน์ กล่าว