อรรษิษฐ์ แจกประวัติภรรยา แจงปมคลิปเสียง ซัด หวังดิสเครดิต-กลบข่าวเอาผิดคนโกงสอบท้องถิ่น แช่งคนชั่ว ต้องได้รับผลกรรมใน 3-7 วัน
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดประชุมราชสีห์ แถลงกรณีมีการกล่าวหา นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ ภรรยาเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมแจกประวัติของภรรยา ตั้งแต่ประวัติการศึกษาจนทำงาน ให้กับผู้สื่อข่าวด้วย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตลอดชีวิตของตนและภรรยา ทำงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าฯ จ.ตาก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย
กระทั่งภรรยาของตนทำงานกับบริษัทของต่างชาติ ไม่คุ้นเคยกับระบบราชการของประเทศไทย แต่ต้องเข้ามาช่วยดูแลงาน
“จากข้อมูลที่เผยแพร่มีความเชื่อมโยงอ้างเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ถือเป็นเท็จทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำผิดกล่าวโทษถือว่าทำผิดจงใจปฏิเสธ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ผมจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความชอบธรรม” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาในช่วงนี้นั้น ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เติบโตและรับราชการมาตามลำดับ ซึ่งตนไม่เคยทำอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือมีเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
แต่วันนี้มีข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และได้ปรึกษากับนายกรัฐมนตรีในการให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาประจำที่กระทรวง และเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยให้สอบสวนเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และดำเนินการแจ้งไปที่กรมส่งเสริมส่วนท้องถิ่น ไปเฝ้าสถานที่ข้าราชการเป็นสำคัญ
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อคืนนี้ (27 มิ.ย.) นายกฯ ได้ไปตรวจสถานที่ดังกล่าวก่อนเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส พร้อมย้ำว่าจะต้องทำงานให้โปร่งใส และช่วยประชาชนให้มากที่สุด เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของมหาดไทย ตนในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น ขอให้ประชาชนเชื่อว่าจะเสร็จสิ้นและได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้
เมื่อถามว่าเป็นการเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนจะให้ดำเนินการเรื่องทุจริตมาทั้งหมด อยู่ดีๆ ก็มีคลิปเสียงออกมาว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางราชการใดๆ เรื่องเหล่านี้สามารถสืบกันได้
แต่การเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่และพยายามจะเล่นข่าวนี้ไปเรื่อยๆ เป็นการกลบกระแสข่าวหรือไม่ ข่าวเดิมที่กำลังเอาผิดคนที่กระทำผิด คนที่เดือดร้อนคนที่กำลังเสียหายก็ไม่สบายใจ เพราะหันเหประเด็นไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้ใน 3-7 วันจะได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน
ส่วนจะมีการฟ้องร้องหรือไม่นั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าของเพจว่าไปเอาคลิปจากไหน บอกแล้วว่าไม่ให้ค่า เพราะคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่า แต่ในฐานะที่เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และหาคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้
“ยืนยันว่าไม่รู้จักกับบุคคลในคลิป ไปอ้างถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็เสียหายแล้ว เราเริ่มติดตามในสิ่งที่ผิดและไปติดตามในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะได้สิ่งที่แท้จริงเกิดขึ้น” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงกับการย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการเกี่ยวข้องกับการย้ายที่ จ.ภูเก็ต ตนต้องหาคนทำ ต้องทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย ตอนนี้คนใหม่ได้เข้าไปดำเนินการใน จ.ภูเก็ต แล้ว ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
“ส่วนภรรยาของผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย และรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็บอกว่า การเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะปลัดก็อาจถูกโดนภัยรุมเร้า หรือโดนทำร้าย ก็ให้กำลังใจภรรยาว่า นี่แหละคือการเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย คนเหล่านี้ทำร้ายผมไม่ได้ จึงมาทำร้ายคนใกล้ตัวปลัด” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าบุคคลที่เข้ามาทำร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และเมื่อมาเปลี่ยนเป็นเรื่องของปลัดฯ ก็เปลี่ยนประเด็นไป และแน่นอนว่าคนที่ไม่หวังดีกับตนต้องการที่จะดิสเครดิต พอทำไม่ได้ก็มาหาคนข้างๆ ก็คือภรรยา ซึ่งภรรยาของตนไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และไม่ควรเอามาเกี่ยวข้องด้วย
ชีวิตของตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย ทำงานด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆ จนขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอาจเกิดจากคนอื่นที่ชักนำ เสี้ยมให้เกิดขึ้น แต่หากเรามีสตินึกได้ว่า เรามาอยู่ในหน้าที่สำคัญ ทำหน้าที่ให้กับประชาชน ต้องนึกถึงหน้าที่ของเราเป็นหลัก ตั้งแต่วันที่สอบเข้ามาไม่มีใครจะรู้ว่าเราจะเติบโตมาเป็นตำแหน่งอะไร