สมชัย อดีตกกต. สะท้อนผลเลือกตั้ง สก. ความสำเร็จ การเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวงยังคงมีอยู่ ย้ำการเลือกของคนกรุง มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ
วันที่ 29 มิ.ย.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร เรื่อง “ผลเลือกตั้ง สก.ที่เกินกว่าใครคาดหมาย ยกเว้นโพล” ระบุ ไม่มีใครคาดว่า บรรดาผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง อย่างพรรคประชาชนจะได้ 22 ที่ ประชาธิปัตย์จะได้ 8 ที่ เพื่อไทยเหลือ 4 ที่
คำอธิบาย คือการเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ
ยกตัวอย่าง 4 ที่ของเพื่อไทย ที่ทุ่งครุ จอมทอง มีนบุรี สายไหม เป็นปัจจัยบุคคลล้วน ๆ คือ สก.ไอซ์ ทุ่งครุ ที่ลงเดินตลาดทุกวันมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สก.เฮียล้าน สุทธิชัย วีรกุลสุนทร แห่งเขตจอมทองที่เป็นต่อเนื่องมาไม่รู้กี่สมัย หรือวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ที่นามสกุลผูกขาดพื้นที่มีนบุรี เป็นต้น
ส่วนประชาธิปัตย์ 8 ที่ ถ้าไม่มีนายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ ที่ครองใจคนจีนย่านเยาวราช ก็ไม่ได้สัมพันธวงศ์ ไม่มี สก.เก่า อย่างนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ก็ไม่ชนะป้อมปราบ ส่วนที่เหลือ ล้วนเป็นคนทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
พรรคประชาชน 22 ที่ ส่วนหนึ่งมาจากการกวาดพื้นที่ชั้นใน เช่น ราชเทวี พญาไท ดุสิต ดินแดง ห้วยขวาง วัฒนา ซึ่งถือว่ากระแสพรรคยังสำคัญกว่าตัวบุคคล แต่รอบนอกที่ได้ เช่น หยก พรชัย อิสระเสรีพงษ์ จากหนองจอก ถือว่ามาจากตัวบุคคลและครอบครัว ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ที่ในชั้นกลางและรอบนอก มาจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในฐานะสก.เก่าอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกลุ่มอิสระที่เข้ามาได้ไม่น้อย คือ สก.เก่าที่ถอดเสื้อพรรค ไม่ว่าจะเป็น นวรัตน์ อยู่บำรุง เปลี่ยนเสื้อแดงมาใส่เสื้อขาว ตระกูลม่วงศิริ ที่ชนะในบางบอน บางขุนเทียน ก็อยู่มาหลายพรรค คันนายาวผู้ชนะอิสระ นามสกุล วิภัติภูมิประเทศ ก็บ่งบอกว่าอยู่พรรคไหน
การเลือก สก. จึงยังสะท้อนความสำเร็จของการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวงของประเทศว่ายังคงอยู่ต่อไป ส่วนโพลที่ทายผล สก.ตอน 17.00 น. มีโพลเดียว คือ โพลพระปกเกล้า ถือว่าแม่นมาก แต่ทายผลผู้ว่าฯ กทม. นิด้ากินขาด