โรม-ทวี นำกมธ.ลงพื้นที่บ้านไทยสามัคคี คลี่ปมพิพาททับลาน ลั่นไม่ใช่คนรุกป่า แต่ป่ารุกคน ยันไม่ได้นำที่ดินให้นายทุน
วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่ศาลาบ้านไทยสามัคคี หมู่ที่ 1 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรเดินทางมาพบปะพี่น้อง ประชาชนที่มีปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
โดยนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.ฯ พร้อม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ในฐานะ กมธ. และที่ปรึกษาฯ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนชาวม้ง ในฐานะ โฆษก กมธ.
นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พันเอกสมโชค จันทาสี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.กรอ.มน.) จ.นครราชสีมา นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นายหนึ่ง ขัติยะนนท์ สส เขต 14 จ.นครราชสีมา พรรคประชาชน
ร่วมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนและการแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการและพี่น้อง ประชาชนกว่า 500 คน ที่ได้รับผลกระทบปัญหาการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ทับซ้อนกับผืนป่า เดินทางมาร่วมกิจกรรม ด้วยความหวังว่า กมธ.ชุดนี้จะสามารถใช้กลไกสภาฯ ปลดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานานรวมทั้งช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกเป็นจำเลยในคดีรุกผืนป่ากว่า 500 สำนวน
จากนั้นคณะได้เดินทางตรวจเยี่ยม สังเกตการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่วัดบุไผ่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลเชิงลึก สาระสำคัญ กมธ.ได้มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลปมปัญหาข้อกฎหมายและผลกระทบโดยตรงจากชาวบ้านในพื้นที่
ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมจับตา เพราะเป็นการดึงความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่อุทยานฯ เข้าสู่กลไกที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำไปยกระดับสู่การแก้ไขกฎหมายหรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาระดับชาติต่อไป
นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปตามมติ ครม. วันที่ 14 มีนาคม 66 ควรจะดำเนินการอย่างไรแต่ มติคณะกรรมการอุทยานฯ ได้แบ่งพื้นที่และผู้ถือครองออกเป็น 5 กลุ่ม ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขของมติ ครม.
นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ถ้าจะเอาตามกระแสต้องเข้าใจจำนวนกว่า 46,000 คน ในพื้นที่ 97 หมู่บ้าน 15 ตำบล 5 อำเภอ 2 จังหวัด โดยกลุ่มที่ 4 จะไปอยู่ภายใต้กฎหมายอุทยาน ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์อยู่อาศัยยาวนาน สามารถตรวจสอบดูได้จากข้อมูลการตั้งพื้นฐาน
“สังคมต้องตั้งสติ พื้นที่ 2.6 แสนไร่ อดีตผู้บริหารกองอุทยาน ยอมรับเป็นการเอาแผนที่มาขีดบนโต๊ะแล้วประกาศ 18 อุทยานฯ คนเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ใช่เป็นผู้บุกรุก แต่ขีดเส้นมาทับซ้อน ชาวงบ้านบุกรุกป่าหรืออยู่ที่อาศัยของสัตว์ป่า ตนขอให้ทบทวนและอย่าสื่อแบบนี้ มันไปทำลายพี่น้องคนยากคนจนที่อยู่ในชนบท เขาเห็นสื่อก็รู้สึกเจ็บปวดสังคมไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพวกเขา” นายสมบูรณ์ กล่าว
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นครั้งแรก เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาผืนป่าทับลานที่ยืดเยื้อมากว่า 40 ปี กมธ.ลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านและครอบคลุมทุกมิติ ปัญหาหลักไม่ใช่นำที่ดินไปให้นายทุนตามที่เข้าใจ แต่เป็นการกำหนดแนวเขตผิดพลาด ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย จึงไม่ใช่ คนรุกป่า แต่เป็นป่ารุกคน
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ความผิดพลาดการขีดเส้นแนวเขตมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 30,000 คน และพื้นที่พิพาทหลายหมื่นไร่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ 4 ตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีจำนวนกว่า 5,200 ครัวเรือน อาจนำไปสู่การขับไล่ออกจากพื้นที่
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ปัญหาควรได้รับการแก้ไขและไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดกำหนดแนวเขต ต้องไม่ทำให้บางปัญหาถูกเหมารวมทุกคน ทุกหน่วยงานต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ภายในเดือนสิงหาคม กมธ.จะบรรจุวาระนี้ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายการเมืองเข้าชี้แจง เพื่อหาทางออกและคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านที่ตกเป็นจำเลยรุกป่า


