สว.เศรณี จี้รัฐบาลใช้งบกลางช่วยเกษตรกรโคนม หลังน้ำนมดิบล้นตลาดไร้ที่ขาย เสนอผ่าตัด อ.ส.ค.-ปฏิรูปมิลค์บอร์ด อย่าปล่อยเป็นแดนสนธยา ภราดร รับปาก จะเร่งสะสางวิกฤตโคนมร่วมกับรมว.เกษตรฯ

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ใช้เวทีวุฒิสภา สะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่เผชิญวิกฤตอย่างรุนแรง จากปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จนไม่สามารถหาผู้รับซื้อได้ ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากขาดรายได้

ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้อภิปรายระหว่างการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. วงเงิน 10,328,065,100 บาท

นายเศรณี กล่าวว่า ตนได้สะท้อนอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญ คือการค้างชำระค่าน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ทำให้เกษตรกรจำนวนมากประสบปัญหา ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ โดย พิจารณานำงบกลาง หรืองบสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ที่กำลังเสนอขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา มาใช้บรรเทาความเดือดร้อน ของเกษตรกร อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบ ต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมทั้งระบบ

“สิ่งที่ผมดีใจคือรัฐบาล ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหา เพราะนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในที่ประชุมว่า งบประมาณปี 2569 ได้จัดสรรเงินผ่าน อ.ส.ค. เพื่อแก้ไขปัญหาการค้างจ่ายให้เกษตรกรส่วนหนึ่งแล้ว และยังได้หารือกับรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารงานของ อ.ส.ค. ให้โปร่งใส ปราศจากทุจริต ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะนี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงแต่ นำเงินไปใช้หนี้แล้ว ยังปล่อยให้ระบบเป็นเช่นเดิม ที่มีปัญหายังคงอยู่” นายเศรณีกล่า

นายเศรณี กล่าวย้ำว่า หากยังคงแก้ปัญหาเพียงการอัดฉีดงบประมาณ โดยไม่ปฏิรูประบบบริหารของ อ.ส.ค. และกลไกที่เกี่ยวข้อง ปัญหาก็จะย้อนกลับมาซ้ำอีกในอนาคต ดังนั้น การปฏิรูปองค์กรให้มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ และปลอดจากการทุจริต จึงเป็นภารกิจที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

ตนและเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึก แก่รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกัน ผ่าตัดระบบการบริหารของ อ.ส.ค. ให้กลับมาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

นายเศรณี ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยเห็นว่ารัฐบาล ต้องเร่งบริหารจัดการปริมาณน้ำนมดิบทั้งระบบ สร้างตลาดรองรับผลผลิต เพิ่มช่องทางการแปรรูปและการส่งออก ขยายการใช้นมไทยในโครงการภาครัฐ และโครงการนมโรงเรียน รวมถึงทบทวนกลไกบริหารอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างเสถียรภาพ ด้านราคา และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

“วันนี้เกษตรกรไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยา แต่ต้องการระบบที่เป็นธรรม สามารถขายน้ำนมดิบได้ในราคาที่เหมาะสม และมีตลาดรองรับอย่างมั่นคง รัฐบาลต้องลงมาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้อุตสาหกรรมโคนมไทยกลายเป็นแดนสนธยา ที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ และปล่อยให้กลุ่มอิทธิพลมืด หรือมาเฟีย และผู้มีส่วนได้เสีย เข้ามาครอบงำการตัดสินใจ ของ มิลค์บอร์ด จนส่งผลกระทบ ต่อเกษตรกร” นายเศรณี กล่าว

นายเศรณี กล่าวย้ำว่า มิลค์บอร์ดในฐานะองค์กร ที่กำหนดนโยบายสำคัญ ของอุตสาหกรรมโคนม ต้องเปิดเผยข้อมูล มีความโปร่งใส ในการกำหนดหลักเกณฑ์ กติกา ที่ตรวจสอบได้ ที่ผ่านมามักเกิดคำถามจากเกษตรกรจำนวนมากถึงกระบวนการบริหารที่ไม่ชัดเจน

จึงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาจัดระเบียบอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่เกษตรกร และทำให้อุตสาหกรรมโคนมไทย สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน