เลขาสภาฯ แจง ยกเลิกระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคล เป็นการยกเลิกขึ้นเงินเดือน เหตุเศรษฐกิจไม่ดี ไม่ใช่ยกเลิกผู้ช่วย สส.-สว.
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศระเบียบรัฐสภายกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2568 พ.ศ.2569
ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 (2) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภาพ.ศ. 2545 ก.ร. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้ให้ไข้ยังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2568
ประกาศ ณ วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา

ทั้งนี้ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประกาศดังกล่าวว่า
ระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค.2569 และตามระเบียบที่ออกก่อนหน้านี้ที่เป็นการเพิ่มเงินให้กับผู้ช่วย สส.-สว. ผู้ชำนาญการประจำตัว สส.-สว. ที่ปรึกษาผู้ชำนาญการ และเลขานุการของคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ทั้งสภาผู้แทนและวุฒิสภา และคณะกรรมการทางการเมืองของประธานฯ รองประธานฯ ทั้งสองสภา และผู้นำฝ่ายค้าน
เลขาธิการสภาฯ กล่าวต่อว่า แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เข้ารับตำแหน่งช่วงเดือนมี.ค.2569 จึงมีนโยบายว่า ตอนนี้ไม่ขอให้มีการขึ้นเงินเดือนให้กับบุคคลากรดังกล่าว ให้คงไว้ตามเดิม เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาศึกษา โดยประธานฯ ได้ให้ยกเลิกการขึ้นเงินเดือนดังกล่าวออกไป ไม่ใช่เป็นการยกเลิกตำแหน่งผู้ช่วย สส.-สว.