ปลัดกลาโหม แจง งบบุคลากรเพิ่ม ผลพวงนโยบายรัฐบาล ปรับเงินเดือน 10% ภายใน 2 ปี ป.ตรี 18,000 บาท ยันลดกำลังพลแล้ว 10,274 นาย ส่วน ‘นายพล’ เป็นตามแผน เชื่อโครงการพลทหารอาสา หากเป็นตามเป้า ลด-เลิกเกณฑ์มีนัย
เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2565 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี
พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวตอบข้อซักถามของ กมธ.เรื่องการงบประมาณด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้น การปรับลดกำลังพลทุกระดับตั้งแต่ทหารชั้นนายพล ชั้นประทวน และอาสาสมัครว่า เข้าใจถึงความจําเป็นของรัฐบาลทั้งภาระการคลัง ปัญหาเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านตะวันออกกลาง เข้าใจเหตุผลและความจําเป็น และยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ มีความพร้อมรองรับสถานการณ์
สำหรับงบประมาณด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหมที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการตั้งงบ เพื่อรองรับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน และเจ้าหน้าที่รัฐตามนโยบายของรัฐบาลที่กําหนดให้เพิ่มเงินเดือน 10% ภายใน 2 ปี โดยปริญญาตรี 18,000 บาท
ส่วนการปรับลดกําลังพลในขณะที่งบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นนั้น ชี้แจงว่า เป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปการบริหารจัดการของกระทรวงกลาโหมและแผนจัดหากําลังพลระยะ 5 ปี (ปี 2566-2570)
มีการปรับลดกําลังพล นายทหารชั้นสัญญาบัตร ทหารชั้นประทวน และพลอาสาสมัคร ร้อยละ 5 จำนวน 14,598 นาย ปี 2566 ปลัดลด 3,370 นาย ต่อเนื่องไปจนถึงปัจจุบันลดลงแล้ว 10,274 นาย และยังอยู่ในเป้าหมายแผนการดําเนินการของกระทรวงกลาโหม
ขณะที่การปรับลดนายทหารชั้นนายพล นายทหารชั้นปฏิบัติการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ และนายทหารปฏิบัติการประจําหน่วย มีแผนปรับลดปี 2551-2571 รวม 20 ปี ลดร้อยละ 50 ยืนยันว่าการปรับลดเป็นไปตามเป้าหมายในขณะรายละเอียดขอส่งเป็นเอกสาร
พล.อ.ธราพงษ์ กล่าวชี้แจงความคืบหน้าโครงการทหารอาสาตามนโยบายของรัฐบาล รับสมัครบุคคลที่เป็นทหารกองเกินอายุ 18-20 ปี และอายุ 22-26 ปี เข้าเป็นพลทหารอาสาโดยทําสัญญาจ้าง 4 ปี เงินเดือน 12,090 บาท ค่าตอบแทนพิเศษ 2,280 บาท หรือ 96 บาท/ วัน เท่ากับอัตราค่าประกอบเลี้ยงของทหารประจําการ
เป้าหมายรับสมัคร 100,000 อัตรา แบ่งเป็น 4 ระยะ ปี 2570 -2573 ปี ละ25,000 นาย ถือเป็นสัญญาเชิงบวกที่สามารถดําเนินการตามแผนงานที่กําหนด มีผลในเรื่องของการลดยอดการเรียกเกณฑ์ ตามลําดับของแต่ละปี หากเป็นไปตามเป้าหมายจากที่เราเกณฑ์และมีการรับสมัครใจ จะทำให้การเรียกเกณฑ์ลดน้อยอย่างมีนัย หรืออาจจะไม่มีเลย