พร้อมพงศ์ หวั่น คนได้รับสิทธิตกหล่นจาก บัตรคนจน วอนรัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์-เร่งแก้ไขข้อมูล ห่วง ปชช.เสียโอกาส ชี้ รบ.เข้มแข็ง ไม่ใช่ รบ.คัดกรองคนได้มากที่สุด ย้ำมีเวลาช่วยผู้เดือดร้อนจริง
18 ก.ค. 69 – นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ว่า
การตรวจสอบคุณสมบัติเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม แต่จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหา รวมทั้งเสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่า ยังมีหลายกรณีที่ข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
จนอาจทำให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิต้องเสียโอกาส ตนจึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
“โดยเฉพาะปัญหาการถือครองยานพาหนะ บางรายไม่ได้มีรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ อยู่ในครอบครองแล้ว แต่ข้อมูลยังแสดงว่ามีกรรมสิทธิ์ บางคนขายรถไปนาน แต่ยังไม่ได้โอนทะเบียน บางกรณีข้อมูลยังไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีปัญหาด้านเอกสาร
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วน ไม่ผ่านเกณฑ์ จากกรณีบุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงดู ทำให้เกิดความกังวลว่า จะมีผู้ที่เดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนในหลายจังหวัด พบว่าผู้ลงทะเบียนจำนวนไม่น้อยรู้สึกผิดหวัง บางรายถึงกับร่ำไห้เมื่อทราบผลการตรวจสอบ เพราะต่างคาดหวังว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ และต่อลมหายใจให้ครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
แม้ภาครัฐจะเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึง วันที่ 31 กรกฎาคม แต่ในทางปฏิบัติ การเดินทางไปติดต่อหน่วยงาน การขอเอกสาร และการรวบรวมหลักฐาน ล้วนต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่า หากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์ กังวลว่า อาจมีประชาชนผู้สมควรได้รับสิทธิจำนวนมาก หรืออาจถึงระดับนับล้านราย ต้องพลาดโอกาสเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐจากข้อจำกัดของข้อมูลหรือขั้นตอนทางเทคนิค
ทั้งที่กำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพและความเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน เพราะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่เพียงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่เป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานราก เมื่อประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง กำลังซื้อในชุมชนจะเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
“รัฐบาลที่เข้มแข็ง ไม่ใช่รัฐบาลที่คัดกรองคนได้มากที่สุด แต่คือรัฐบาลที่ทำให้ผู้สมควรได้รับความช่วยเหลือเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง วันนี้ ยังมีเวลาให้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนหลักเกณฑ์ ปรับปรุงฐานข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์
เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เดือดร้อนจริง ต้องเสียสิทธิจากข้อจำกัดของข้อมูล หรือขั้นตอนทางเทคนิค เพราะเมื่อประชาชน ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เศรษฐกิจฐานรากก็จะเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ไม่มีใครที่สมควรได้รับความช่วยเหลือต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว