ไอลอว์ เปิด 9 ชื่อ รมต.-นักการเมืองภูมิใจไทย เอี่ยวคดีฮั้วเลือกสว. ‘พริษฐ์’จี้กกต.เร่งส่งฟ้องศาลฎีกา 229 ผู้ถูกกล่าวหา หวั่นตัดตอน-เป่าคดี สังเวยน้ำเงินอ่อนช่วยน้ำเงินเข้ม ลุยตรวจสอบ-เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า พวกตนได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ปี 2568 มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนมากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย โดยกำลังถูกดำเนินคดีและมีโอกาสลอยนวลด้วยน้ำมือของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) วันนี้จึงนำข้อมูลมาเสนอต่อวิปฝ่ายค้านเพื่อขอให้ช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล

สำหรับข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและสส.รวม 9 คน ได้แก่
1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ซึ่งในปี 2567 ระหว่างการเลือกสว. นายอนุทินเป็นรองนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในระหว่างการเลือกสว. มีพยานกลุ่ม 14 เข้ามาพบนายอนุทิน ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ช่วยเลือก สว.

แต่นายอนุทิน มีการรักษาท่าทีโดยให้หมายเลขโทรศัพท์ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทรไปคุยก็พบว่าบุคคลปลายสายคือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2567 มีพยานยืนยันหลายคนว่าพบนายอนุทิน ไปนั่งพูดคุยกับสว. จำนวนมากกว่า 100 คนที่โรงแรมพูลแมนฯ ซอยรางน้ำ หลังประชุมครั้งนั้น ได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริงผลก็ออกมาเป็นไปตามนั้น

2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็น สส.บุรีรัมย์หลายสมัยและบุคคลในครอบครัวก็อยู่ในแวดวงการเมือง ที่สำคัญนายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายนายทรงศักดิ์ ก็เป็นสว.ชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสานได้เล่าว่ากระบวนการก่อนเลือกสว. ถูกเชิญไปที่โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ หนองบัวลำภู พบผู้สมัครสว.คนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการการประชุม

โดยประกาศในที่ประชุมว่า เป็นคำสั่งของนายทรงศักดิ์ ที่ให้แบ่งรายชื่อกันให้ชัดเจนว่าใครอยู่กลุ่มไหน ใครเป็นใคร แล้วจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งให้นายทรงศักดิ์ และได้รับแจ้งว่าให้ไปนั่งพักในห้องพักที่โรงแรมเนื่องจากจะมีคนของนายทรงศักดิ์ นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ซึ่งไม่ได้มาทำงาน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนของผู้ช่วย สว.

3.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในระหว่างการเลือก สว. นายภราดร เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยานคนหนึ่งที่เคยเป็นสส.พรรคภูมิใจไทย เล่าว่า มีคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร เป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย

เพื่อเสนอต่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและขอเงินสนับสนุนต่อผู้สมัครคนละ 1 หมื่นบาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 4 หมื่นบาท

4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล พยานคนหนึ่งเล่าว่า ผู้ช่วย สส.ของนายกรวีร์ ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัครสว.ในขณะนั้น ไปที่โรงแรมในจ.นครนายก เพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือกร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจากที่จ.นครนายก ก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจังหวัดอ่างทองเดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ

5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม เมื่อสมัยปี 2562-2566 นายพิพัฒน์ เป็นรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีคือ นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสว. ทั้ง 2 คนนี้ เคยทำงานด้วยกันแล้ว ยังมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย

พยานยังให้ข้อมูลว่าภรรยาของนายพิพัฒน์ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายประเทือง มนตรี และลูกชายของนายประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวิน ก่อนเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่าภรรยานายพิพัฒน์ พร้อมลูกสาว ได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือกสว. ที่โรงแรมธาราแกรนด์ปทุมธานีด้วย

6.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในระหว่างการเลือกสว. นายนภินทร เป็นรมช.พาณิชย์ มีผู้สมัครสว. ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่าได้เข้าพบนายนภินทร ที่ห้องทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วนายนภินทร ได้พูดคุยตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของสว.เตรียมไว้ ซึ่งคนใกล้ชิดกับนายนภินทร ก็บอกว่ามีการขอเข้าพบนายนภินทรจริงแต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่

7.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนปัจจุบัน พยานเปิดเผยว่าสามีของนางสุขสมรวย ได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัครสว.ในจ.อำนาจเจริญและได้จ่ายเงิน 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ ระหว่างนั้นยังมีการจัดประชุมที่รีสอร์ทสุขสำราญ จ.อำนาจเจริญด้วย และยังพบว่ามีคนนามสกุลเดียวกับนางสุขสำรวย ลงสมัครกลุ่มสตรีทั้งที่อำนาจเจริญและสงขลา จึงไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับนางสุขสมรวยหรือไม่

8.นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือกสว. มีเงินโอนเข้าบัญชีนายพิชัย จำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงินบอกเพียงว่าเป็นเพียงการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และยังพบข้อมูลว่านายสุบินศักดา ผู้ช่วยสส.ของนายพิชัย ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของ DSI เพราะมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือกสว เป็นการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว.จำนวนหนึ่ง

และยังมีพยานบอกว่าพบกับการกระทำ ผู้ช่วยสส.อีกคนหนึ่ง ของนายพิชัยที่ขับรถพาผู้สมัครสว.จำนวนกว่า 10 คนไปสมัครที่อ.ท่าช้าง จ.สุราษฎร์ธานี และยังพบข้อมูลทางการเงินของเสมียนพรรคภูมิใจไทย จ.สุราษฎร์ธานีเขต 6 ที่ทำงานร่วมกับนายพิชัย ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน คนนี้ได้โอนเงินหลักหมื่นบาทและหลักแสนบาทหลายครั้งในระหว่างเดือนพ.ค.และ มิ.ย. 67 และเป็นการโอนให้กับผู้สมัครสว.ด้วย

9.นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยงสว. ที่จ.นครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า นี่คือ สว.สีน้ำเงิน พยานหลายคนจากจ.นครพนม ยืนยันว่าพบกับนายศุภชัย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.อยุธยา ในช่วงก่อนวันเลือกสว.และนายศุภชัย ได้อยู่ในห้องที่มีกระบวนการคุยกันจัดทำโพยและสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตารางและจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย

นายศุภชัย ยอมรับกับพนักงานสอบสวนแล้ว ว่าได้เดินทางไปที่โรงแรมนั้นจริง โดยบอกเพียงว่าให้กำลังใจผู้สมัคร สว. และได้เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วยแต่ปฏิเสธว่าไม่มีการทำโพยฮั้วเกิดขึ้น

นายยิ่งชีพ กล่าวต่อว่า จึงฝากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบเรื่องนี้ว่าบุคคลดังกล่าว และข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดที่มีพยานพูดซ้ำไปซ้ำมา ทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง จะถือว่ารัฐบาลชุดนี้ ที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต เป็นรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและน่าไว้วางใจได้หรือไม่เพียงใด ในระหว่างที่เราพึ่งพากกต.ที่ไม่เป็นอิสระ จึงขอฝ่ายค้านตรวจสอบด้วย

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณไอลอว์ที่นำข้อมูลมาให้กับฝ่ายฝ่ายค้าน ขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราในฐานะฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการตรวจสอบคดีการโกงสว.ให้ดีที่สุด

จากข้อมูลที่นายยิ่งชีพ พูดเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ฝ่ายค้านได้พูดมาตลอดว่ากระบวนการโกงสว.ไม่ใช่กระบวนการเล็ก ไม่ได้ถูกจัดทำเพียงแค่ผู้สมัคร สว.เพียงไม่กี่คน แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ข้อมูลหลายอย่างของนายยิ่งชีพ มีบางส่วนสอดรับกับข้อมูลที่พยานได้พูดในเวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา บางรายชื่อไม่ว่าจะเป็นนายทรงศักดิ์ นายศุภชัย หรือนายพิพัฒน์ ก็เป็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนเวทีของวิปฝ่ายค้าน แต่ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วน ที่เป็นข้อมูลใหม่ที่วิปฝ่ายค้านจะรับมาดำเนินการต่อไป

แต่ทั้งหมดนี้ยืนยันว่ากระบวนการนี้คาดว่าจะมีเครือข่ายนักการเมือง และพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่อยากเชิญชวน สังคมร่วมกันจับตาคือการตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ซึ่งขบวนการตัดตอนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การที่กกต. ยกคำร้องทั้ง 229 คน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรากังวลใจคืออาจมีการตัดตอนอีก 3 ประการที่เราต้องทำเต็มที่ไม่ให้เกิดขึ้น คือ 1.การตัดตอนให้เหลือเฉพาะผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในระดับสั่งและบริหารจัดการไปไม่ถึงศาล

2.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต.ตัดตอนส่งให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด เพราะจากข้อมูลทั้งหมด หากคำนวณเชิงคณิตศาสตร์จะเห็นว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ ต่อเมื่อครอบคลุมไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น การที่กกต. ให้ข้อมูลว่า กกต.กำลังพิจารณาคดีนี้ เป็นรายจังหวัดนั้น ก็สร้างความกังวลใจว่ากกต. จะตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด ที่หลักฐานชัดมากกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่

3.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอน ในลักษณะสังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม ทั้งที่ความจริงแล้วต้องสั่งฟ้องรวมกลุ่มน้ำเงินเข้มด้วยเช่นกัน หลังจากนี้พรรคฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เราตั้งใจจะใช้ตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่อง

แต่ก่อนจะเปิดสมัยประชุม ในช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ สิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการใช้กลไกทั้งในและนอกสภา ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขอเชิญชวนประชาชนไม่กระพริบตาต่อการทำหน้าที่ของ กกต. และให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ เราเห็นตรงกันว่าจะจัดงานเสวนาอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ค.นี้ โดยจะมีพยานบุคคลใหม่ๆ จากหลายจังหวัด เพื่อจะได้ร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น ย้ำว่าเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ผ่านกลไกทั้งในและนอกสภาอย่างเต็มที่เช่นกัน

เมื่อถามว่าในสมัยประชุมหน้าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องโกงสว. หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราตั้งใจว่าในสมัยประชุมหน้าใช้สิทธิ์เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีทั้งเรื่องคดีโกงสว. รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีการหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในช่วงใด รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและหัวข้อจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่ารายชื่อที่ปรากฏจะมีการยื่นอภิปรายทั้งหมดเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกงสว. เราตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น รายชื่อที่มีเบาะแสหรือมีข้อมูลที่ยื่นเข้ามา เราจะมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ใช้ผ่านกลไกต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะรายชื่อที่มีข้อมูลในชุดนี้ หากมีข้อมูลชุดอื่นที่มีรายชื่อปรากฏ ก็จะนำข้อมูลมาพิจารณาเช่นกัน ซึ่งเราไม่ได้ละเว้นชื่อคนใดคนหนึ่งอยู่แล้ว จะตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หลักฐานที่เราและภาคประชาชนเข้าถึงตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบเข้าถึงอยู่แล้วและเข้าถึงได้มากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องสถานที่วันเวลาบุคคล แต่ที่เรากังวลตอนนี้แม้หลักฐานจะชัดเจน แต่หน่วยงานที่ตรวจสอบจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กกต. ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีความล่าช้า

ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ก็อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่าง รอดูมติกกต. ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ทำให้เพิ่มข้อกังวลใจว่าหากกกต. มีการเป่าคดีหรือตัดตอนคดี จะเอาการตัดสินของกกต. มาเป็นข้ออ้างเป่าคดีและตัดตอนของฝั่งดีเอสไอ ในฐานฟอกเงินและอั้งยี่ด้วยหรือไม่ ย้ำว่าไม่ใช่การฮั้วกันระหว่างสว. กลายเป็นว่าระหว่างหน่วยงานตรวจสอบก็มีการฮั้วกันเองด้วย เพื่อปกป้องคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้

นายยิ่งชีพ กล่าวเสริมถึงเรื่องเส้นเงินว่า จากปากคำเท่าที่เก็บจากปากคำพยานผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการพบว่าส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด จึงไม่มีหลักฐาน เส้นเงินเท่าที่มีปรากฏเป็นเพียงปลายขอบของขบวนการที่ไม่ได้ระมัดระวังมากเพียงพอ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน