ถึงคิวถกงบมหาดไทย กมธ.จี้ถามจับ โกงสอบท้องถิ่น สุรเชษฐ์ แนะอย่ากลัว ‘พี่หนูจะไม่รักหรือพี่เนจะโกรธ’ ต้องยืนด้วยหลักการ ไม่เช่นนั้นจะซวยเอง ปลัดมท. ลั่นจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย รองประธานกมธ. เป็นประธานการประชุม พิจารณาภาพรวมการเสนอของบประมาณหน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าวายงานว่า ในช่วงแรก กมธ.ได้ตั้งคำถามต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ความคืบหน้าการสอบประเด็นทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น, แชทหลุดช่วยน้ำเงินด้วย, การจดทะเบียบรับรองบุตรให้กับชาวต่างชาติ

โดยน.ส.วทันยา บุญนาค กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ซักถามถึงงบของสำนักปลัด ในโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ขอตั้งงบมาตั้งแต่ปี 63 จะเห็นว่าในใส้ในงบ มีการขอขยับต่อเนื่องมาตลอด โครงการตอนนี้รวมทั้งสิ้น 11 ปี พบว่ามีปัญหาซึ่งผู้รับจ้างมีปัญหาสภาพคล่อง ทำให้โครงการระยะแรกมีปัญหาเรื่องความล่าช้าเกิดกว่ากำหนดมาก

แต่ในการทำระยะที่สอง พบการเร่งรัด อาจมีผลกระทบต่อภาพรวมของการทำโครงการได้ ซึ่งงบระยะแรกและระยะที่สองรวมกันเกือบ 9 พันล้านบาท แต่ในงบปี 70 ตั้งเพียง 309 ล้านบาท ขณะที่งบที่เหลือถูกผลักไปในปีถัดไป

จึงอยากทราบว่าความคืบหน้าของระยะที่ 1 ที่มีปัญหา ปัจจุบันงานเป็นอย่างไร หากผู้รับเหมามีปัญหาจนบอกเลิกสัญญา ได้มีการเตรียมการไว้อย่างไร เช่นค่าปรับ ค่าเสียหาย ต้นทุนในการที่จะต้องประกวดราคาใหม่ อย่างไร และเมื่อระยะที่2 มีปัญหาทำไมยังเร่งรีบโครงการอีก

ขณะที่นายสุรเชษฐ์ ประวิณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สอบถามถึงการโกงสอบท้องถิ่น ที่จะมีการเพิกถอนข้าราชการ 5 พันกว่ารายชื่อ ขอฝากปลัดในฐานะหัวหน้าหน่วยงานว่าท่านต้องกล้าตัดสินใจ “อย่าไปกลัวพี่หนูจะไม่รักหรือพี่เนจะโกรธ” ท่านต้องยืนตัวตรง และทำหน้าที่ด้วยหลักการ ไม่เช่นนั้นท่านเองที่จะซวยที่สุด

ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่าในภาพรวมกระทรวงมหาดไทยเวลานี้เรียกได้ว่ามีข่าวมาอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่เริ่มรัฐบาลเป็นต้นมา เราก็มีข่าวเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ ต่อมาเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้หรือไม่

ต่อด้วยเรื่องโกงสอบท้องถิ่น ซึ่งยังเป็นที่สนใจว่าผลการสอบจะเป็นอย่างไร 5 พันกว่าราย จะยกเลิกหรือไม่ ตนตามจนงง จึงไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังมีเรื่อง พ่อทิพย์ ของกรมการปกครอง ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเช่นกัน จึงอยากให้ปลักกระทรวงฯให้ความเห็นในเรื่อนี้

น.ส.ศิริกัญญา ยังตั้งคำถามต่อเงินนอกงบประมาณหลายสิบล้านบาท ที่มาจากการเก็บค่าอบรม ลงทะเบียนนักปกครองระดับสูง โดยปี 2569 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนคนนอก ที่ต้องจ่ายค่าหลักสูตร 1.7 แสนบาทต่อคน และมีเงินนอกงบ 15 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังมีหลักสูตรต้นกล้าข้าชการ มีค่าลงทะเบียน 1.2หมื่นบาทต่อคน และในปี70 พบว่าขึ้นราคา เป็น 2.3แสนบาทต่อเงิน ทำให้มีเงินนอกงบประมาณที่มาจากการอบรมหลักสูตร หลายสิบล้านแต่พบว่าไม่เพียงพอ ต้องมาของบสนับสนุนอีก และงบแก้ยาเสพติด ที่พบว่าขอเงิน 300 ล้านบบาท แต่ทำโครงการบำบัดผู้ติดยาเพียง 9 วัน ทั้งที่การบำบัดที่ได้ผลต้องใช้เวลาเป็นปี

จากนั้น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า การทุจริตสอบท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาเกิดจากหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการในกรรมการชุดหนึ่ง ทั้งนี้ เมื่อเกิดเรื่อง กระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน

สามารถสรุปข้อเท็จจริง คือ ตั้งกรรมการสอบวินัยข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 คน ทั้งหมดอาจไม่โดนวินัยร้ายแรง เพราะขึ้นอยู่กับการเกี่ยวข้อง ส่วนการจับกุม สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง และขยายผลดำเนินคดีนั้น เป็นเรื่องที่ตำรวจสอบสวนกลาง และองค์กรตรวจสอบดำเนินการ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้ปัญหาบุคคลที่มีปัญหาและเรียกบรรจุไปแล้ว 1.2 หมื่นคน ขณะที่รอบ 3 ก่อนหน้านั้นถูกสั่งชะลอบรรจุ ภายใต้คำสั่งของกรรมการกลาง ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วตนไม่เคยเข้าประชุมเลย เพราะมอบให้รองปลัด ที่ดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

มีประเด็นที่พบว่า มีคำสั่งให้บรรจุไปก่อน หากใครมีเรื่องให้ถอนทีหลัง ซึ่งเป็นการสร้างปมให้เกิดขึ้นอีก 3,000 คนในการบรรจุรอบสาม โดยก่อนหน้านั้นบรรจุไปแล้ว 1.5 หมื่นคน แต่เมื่อนำชื่อมาตรวจสอบพบคะแนนที่ผิดปกติ และประกาศไม่ตรง 5,814 คน

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เตรียมยกเลิก แต่โชคดีก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ตำรวจสอบสวนกลาง บอกว่าคนที่มาให้ปากคำบอกว่า วันที่สอบแข่งขัน 2.7 แสนคน คะแนนถูกปรินท์ออกมาทันทีจากผู้ที่ว่าจ้าง และตำรวจได้เก็บหลักฐานไว้แล้ว

“หลังสอบเสร็จและปริ้นท์คะแนน ห่างกันไม่เกิน 5 นาที จะแก้ไขไม่ได้แน่นอน ซึ่งตำรวจเอามาแสดงให้ผมดู คะแนนที่เห็นจากคนที่สอบ 2.7 แสนคน มีส่วนที่ผิดปกติ 5 พันกว่าคน สำหรับการส่งผลคะแนนมาให้รับรอง พบว่าเป็นคะแนนอีกชุดที่ทำขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งตัวแทน มศว ได้ยืนยันว่าคะแนนถูกต้อง ทำให้กรรมการลงนามกำกับ

ส่วนที่ลงนามไปนั้นไม่ถูกต้อง ก็ต้องยกเลิกและรับรองใหม่ โดยกระบวนการยกเลิกและประกาศคะแนนใหม่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ต้องทำให้รอบคอบ ซึ่งได้รับคำยืนยันจาก มศว แล้ว คาดว่าเร็ววันนี้จะจบ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ที่บอกว่าตนหวั่นเกรงอะไร หรือกลัวใครไม่รักหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี ตนต้องทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ทั้งนี้ เป็นปัญหาของส่วนราชการหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย มีคนบอกว่าปลัดมหาดไทยไม่เกี่ยวด้วยหรือ ตนเป็นหนึ่งในกรรมการคณะหนึ่ง แต่ไม่เคยเข้าประชุมเลย แต่เมื่อมีปัญหา ตนต้องเข้ามารับผิดชอบแก้ปัญหา

“มหาดไทยจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ทำให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในระยะยาวระบบสอบแบบนี้ไม่ใช่ ต้องสอบเสร็จแล้วประกาศเลย เพื่อความบริสุทธิ์ของทุกคน จะไม่ทิ้งช่วงเวลา สอบเสร็จปรินท์และประกาศ ไม่ใช่พิมพ์ใหม่ขึ้นมา” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่าส่วนโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการที่อาจมีปัญหา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งนี้จะพิจารณาดำเนินการไม่ให้ผิดพลาด ส่วนระยะที่สองของโครงการ ไม่คาบเกี่ยวกับระยะแรก เพราะเป็นส่วนอาคารจอดรถที่ดำเนินการได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน