สธ. ตั้งคณะทำงานร่วม สปสช. ตรวจสอบคีย์ข้อมูลของหน่วยบริการลง ‘หมอพร้อม’ 3 ประเด็นหลัก คาดรู้ผลภายใน 2 สัปดาห์ ฮึ่มเอาผิดหากมีเจตนาบันทุกข้อมูลเท็จ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2569 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า แอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ แสดงข้อมูลการรับบริการสุขภาพไม่ตรงกับความเป็นจริง และมีกระแสวิจารณ์เชื่อมโยงการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัด (KPI) ว่า

กระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและข้อสังเกตจากประชาชนทุกท่าน ถือเป็นเสียงสะท้อนที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศให้มีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความห่วงใยของสังคมเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูล แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

“กระทรวงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง แม่นยำ และโปร่งใส กลับคืนสู่มือประชาชน เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและประวัติสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ ข้อมูลที่ประชาชนเห็นผ่านแอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยงจากระบบบริการสุขภาพของหน่วยบริการต่างๆ ความถูกต้องของข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น หากพบข้อบกพร่องในจุดใด เราพร้อมปรับปรุงแก้ไขทันที โดยไม่มีการปกปิดหรือละเลยอย่างเด็ดขาด” นพ.เอกชัย กล่าว

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อเป็นกลไกกลางตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยมี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากกองและสำนักที่เกี่ยวข้อง และมีสำนักสุขภาพดิจิทัล ทำหน้าที่เลขานุการคณะทำงาน

ในส่วนของ สปสช. มี ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และนายประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน

จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คณะทำงานจะมุ่งเน้นตรวจสอบใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนตามรายการของฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ (HDC)

2.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัดการดำเนินงาน (KPI) 3.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณ และหากพบประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง จะขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าจะสรุปผลการตรวจสอบได้ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

นพ.เอกชัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลหรือข้อผิดพลาดของกระบวนการ จะเร่งแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง พร้อมปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการเจตนาบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้ข้อมูลโดยมิชอบ หรือมีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต จะดำเนินการตามระเบียบ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด

“เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดให้ประชาชน เข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพข้อมูลและเสริมสร้างความโปร่งใสของระบบบริการสุขภาพ

กระทรวงจะใช้โอกาสนี้ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลสุขภาพ (Data Governance) ของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลสุขภาพทุกชุดมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และสามารถใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง” นพ.เอกชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน